รพ.ขอนแก่น แจงปมร้อน คนคอมเมนต์แซะไม่ใช่บุคลากร รพ.

รพ.ขอนแก่น แจงปมร้อน คนคอมเมนต์แซะไม่ใช่บุคลากร รพ.

View icon 37
วันที่ 17 ส.ค. 2569 | 14.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คนไข้รอนาน-เสียชีวิตแล้ว รพ.ขอนแก่น แจงปมร้อนในโซเชียลมีเดีย คนคอมเมนต์แซะไม่ใช่บุคลากร รพ. เปิดไทม์ไลน์การรักษา ต่อมาลื่นล้มในห้องน้ำเลือดออกในสมอง ไม่สามารถผ่าตัดได้ ประคับประคองอาการใน ICU จากนั้นญาติมีความประสงค์นำผู้ป่วยกลับไปไปเสียชีวิตที่บ้าน

วันนี้ (17 ส.ค.39) โรงพยาบาลขอนแก่น ออกเอกสารชี้แจงประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย หลังคนไข้โพสต์รอรักษานาน แล้วมีคอมเมนต์ "ทำไมไม่รอตายที่บ้าน" หลังแอดมิตคนไข้ลื่นล้มในห้องน้ำ รพ. เสียชีวิต โดยระบุว่า กรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 ส.ค.69 เวลา 12.12 น. โรงพยาบาลขอนแก่นได้รับผู้ป่วยหญิง อายุ 50 ปี เข้ารับการรักษา ที่ห้องตรวจอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ด้วยอาการไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นแดง โดยมีอาการมาแล้ว 3 วัน แพทย์จึงให้ตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเบื้องต้น และรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลขอนแก่น

ต่อมาวันที่ 14 - 15 ส.ค.69 ขณะนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยรู้สึกตัว แต่ยังมีไข้ไม่ลด แพทย์ได้ติดตามหาสาเหตุ โดยการเจาะเลือดเพื่อค้นหาสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือด และเอกซเรย์ พร้อมทั้งให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง

วันที่ 16 ส.ค.69 เวลาประมาณ 04.00 น. พบผู้ป่วยหมดสติในห้องน้ำ แพทย์ พยาบาล ได้รีบเข้าดูแลผู้ป่วย ประเมินอาการแล้ว พบว่าสัญญาณชีพผิดปกติ จึงพิจารณาใส่เครื่องช่วยหายใจ และได้ทำ CT Scan ฉุกเฉิน พบมีเลือดออกในสมอง และมีภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองขนาดใหญ่ ร่วมกับมีภาวะสมองกดทับการทำงานของก้านสมอง จึงทำให้ผู้ป่วยอาการทรุดลง แพทย์วางแผนการรักษาด้วยการผ่าตัด

แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตต่ำ และมีโอกาสเสียชีวิตจากการผ่าตัด จึงไม่สามารถผ่าตัดได้ ซึ่งแพทย์ใต้แจ้งญาติให้ทราบสาเหตุ และมีการดูแลผู้ป่วยตามแผนการรักษาเพื่อประคับประคองอาการในหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมระบบประสาท จากนั้นญาติมีความประสงค์นำผู้ป่วยกลับไปไปเสียชีวิตที่บ้าน

สำหรับประเด็นที่ปรากฎเป็นข่าวใน Social Network ว่ามีพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลไปคอมเมนต์ใน Facebook ด้วยข้อความไม่เหมาะสม โรงพยาบาลได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า บุคลากรดังกล่าว ทั้งพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาล ไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาลขอนแก่น

โรงพยาบาลขอนแก่น ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และได้ทบทวนระบบการให้บริการพร้อมทั้งยังคงมุ่งนั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง