เช้านี้ที่หมอชิต - เกิดขึ้นอีกแล้ว ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณชายแดนพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับบาดเจ็บขาขาด 1 นาย
กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผย ผ่านเพจ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วง 10.30 น. เมื่อวานนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติหรือ TMAC กองบัญชาการกองทัพไทย ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิด บริเวณบ้านโอปะกาสแน ใกล้กับช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างนั้นมีกำลังพล 1 นาย เหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บขาขาด
จากการตรวจสอบทราบชื่อ คือ จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ หรือ "จ่าโจ้" ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 แรงระเบิดทำให้จ่าโจ้ ขาขาดตั้งแต่บริเวณข้อเท้าขวาลงไป รวมทั้งมีบาดแผลที่บริเวณข้อมือขวา และตามร่างกายหลายแห่ง
หลังจากเกิดเหตุเพื่อนทหาร ได้เข้าช่วยเหลือทันที โดย จ่าโจ้ รู้สึกตัวดี จึงเคลื่อนย้ายตัวออกนอกพื้นที่ นำตัวส่งให้แพทย์ทำการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลอำเภอน้ำยืน จากนั้นเคลื่อนย้ายด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่ง "จ่าโจ้" เป็นกำลังพลนายที่ 15 ที่ได้รับบาดเจ็บขาขาด หลังเกิดเหตุ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กำลังพลรู้สึกตัว และอาการปลอดภัยแล้ว
ส่วนพื้นที่ดังกล่าว ในอดีตฝ่ายกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาตั้งฐาน หลังจากไทยผลักดันทหารกัมพูชาออกไป ได้ควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บกู้ทุ่นระเบิด กองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นกำชับต้นสังกัด ดูแลกำลังพลที่บาดเจ็บอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด
และเมื่อช่วงเย็นวานนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการชี้แจงอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสั่งยุติภารกิจทันที หลังกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด "ช่องอานม้า" พร้อมเร่งสำรวจพื้นที่โดยละเอียด เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง กำหนดเขตอันตราย และแจ้งเตือนประชาชน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ และกองทัพภาคที่ 2 จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและสำรวจพื้นที่โดยละเอียด
ส่วนทุ่นระเบิด ที่จ่าโจ้เหยียบ เป็นแบบ PMN-2 ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้กำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลการรักษาพยาบาล และสิทธิของกำลังพลอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวของกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
โดยรายละเอียดเกี่ยวกับที่มาของทุ่นระเบิด และข้อเท็จจริงอื่นที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและช่องทางที่เป็นทางการ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน