สาวแม่ลูกอ่อนร้องสื่อ คนขับรถเก๋งตั้งใจขับรถชนท้าย ทั้งที่อุ้มลูกน้อย วัย 7 เดือน ซ้อนท้ายรถ จยย. ที่มีสามีเป็นคนขี่ เอาหลักฐานเข้าแจ้งความ แต่ตำรวจ สน.หนองแขม ไม่รับแจ้งความ
วันนี้ (18 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องหลังรถ บันทึกเหตุการณ์หน้าซอยเพชรเกษม 69 โดยมีรถเก๋งคันหนึ่งยู่เลนซ้ายสุด เปิดไฟเลี้ยวหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนกะทันหัน ทั้งที่มีรถจักรยานยนต์ของพ่อแม่ลูก ซึ่งจอดเทียบอยู่ข้าง ๆ จนเกิดมีปากเสียง ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าวจะตัดสินใจขับจี้ท้าย และพุ่งเข้าชนใส่รถจักรยานยนต์คู่กรณีทันที ทั้งที่มีแม่อุ้มลูกน้อยเพียง 7 เดือน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
ล่าสุดวันนี้ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี แม่เด็กอายุ 7 เดือน ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคลิปวิดีโอดังกล่าว เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สามีพร้อมกับอุ้มลูกชาย อายุ 7 เดือน เพื่อไปซื้อของที่ตลาด กระทั่งได้เจอกับรถเก๋งของคู่กรณีที่จอดอยู่เลนซ้ายสุด ซึ่งขณะนั้นสภาพจราจรค่อนข้างติดขัด สามีจึงพยายามค่อย ๆ เคลื่อนรถเพื่อขี่แซงไป แต่รถเก๋งคู่กรณีกลับเปิดไฟเลี้ยว และหักพวงมาลัยข้ามเลนมาแบบกะทันหัน จนล้อเกือบจะเหยียบเท้า
จากนั้นสามีที่เห็นแบบนั้นจึงอุทานขึ้นว่า “ขับรถค..ไรครับ” ซึ่งตนพยายามบอกให้สามีใจเย็น ๆ ไม่ต้องสนใจ แต่เมื่อสามีขี่รถแซงขึ้นมาได้แล้ว รถเก๋งกลับขับจี้ท้ายขึ้นมา และเร่งเครื่องจนชนเข้าที่ป้ายทะเบียนท้ายรถ ตนจึงขอให้สามีจอดเคลียร์ที่ข้างทางทันที โดยยอมรับว่าตอนนั้นต่างฝ่ายต่างรู้สึกโมโห โดยคู่กรณีซึ่งเป็นชายและหญิงได้ลงจากรถ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ อ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ จะเหยียบเบรก แต่เผลอไปเหยียบคันเร่งแทน อีกทั้งเมื่อคู่กรณีเห็นว่าตนอุ้มลูกน้อยอยู่ด้วย ก็ยิ่งมีสีหน้าตกใจหนัก ก่อนจะเรียกประกันให้มาช่วยประเมินความเสียหาย และแยกย้ายกันไป
น.ส.เอ บอกอีกว่า ตอนนั้นยังไม่มีหลักฐาน จึงไม่ได้เข้าแจ้งความ กระทั่งมีพลเมืองดีนำคลิปวิดีโอจากกล้องหลังรถโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย จึงเห็นว่าคู่กรณีตั้งใจที่จะเหยียบคันเร่งชนในวันนั้น จึงตัดสินใจขอนำคลิปวิดีโอต้นฉบับเป็นหลักฐานไปแจ้งความไว้ที่ สน.หนองแขม แต่ตำรวจกลับอ้างว่าคู่กรณีไม่ได้เจตนา อาจเผลอก้มไปหยิบของในรถหรือไม่ และยังไม่สามารถแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้ จะต้องไปเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำก่อนถึงจะแจ้งข้อหาได้ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยกันได้ ซึ่งมองว่าจากหลักฐานที่มีอยู่ชัดเจนว่าคู่กรณีตั้งใจที่จะเหยียบคันเร่งชนรถตนกับสามีและลูกน้อยที่ตนอุ้มอยู่ ตอนนี้เธอเป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกน้อย โดยวันเกิดเหตุลูกก็ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว และยังมีอาการซึมจนถึงทุกวันนี้ จึงขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน และอยากเอาเรื่องคู่กรณีให้ถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนี้ผู้เสียหายได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.หนองแขม อีกครั้ง ก็บอกว่ารู้สึกสบายใจขึ้น เพราะก่อนหน้านี้รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนก่อนหน้านี้ที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ได้รับการชี้แจงแล้วว่า ต้องการให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยกันก่อน เผื่อสามารถตกลงและยุติเรื่องได้ โดยหลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป