ประธานาธิบดี อี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ หวังสัมพันธ์ 'ทรัมป์-คิมจองอึน' นำสู่การเจรจาที่มีความหมาย ยืนยันการซ้อมรบ เเพื่อการป้องกันตนเอง ไม่มีเจตนาเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี
(18 ส.ค.69) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีใต้หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) จะนำไปสู่การเจรจาและการหารือที่มีความหมายเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลี
ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แสดงความเห็นดังกล่าวหลัง ทรัมป์ สั่งการให้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ลดขนาดการซ้อมรบร่วม "อุลชี ฟรีดอม ชีลด์" (Ulchi Freedom Shield) ซึ่งเป็นการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ เมื่อวันอาทิตย์ (16 ส.ค.) โดยอ้างถึงความสัมพันธ์อันดีของเขากับคิมจองอึน
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้จะดำเนินความพยายามทางการทูตที่จำเป็นและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเจรจา โดยทั้งสองประเทศได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในการรักษาความพร้อมด้านการป้องกันร่วมที่แข็งแกร่ง รวมถึงการซ้อมรบและการฝึกร่วม และจะเดินหน้าประสานงานในรายละเอียดด้านต่างๆ ต่อไป
ด้าน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประธานาธิบดี อี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ ระบุว่า การซ้อมแผนป้องกันภัยพลเรือนประจำปีซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการซ้อมทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้นั้น เป็นไปเพื่อการป้องกันตนเอง โดยไม่มีเจตนาที่จะใช้การซ้อมนี้เพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ หรือเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีแต่อย่างใด
ประธานาธิบดี อี แจมยอง กล่าวว่า เกาหลีใต้ควรดำเนินการต่อโดยไม่ให้เกิดการหยุดชะงัก ในเรื่องการส่งมอบอำนาจการควบคุมการปฏิบัติการในภาวะสงคราม (wartime operational control) จากสหรัฐฯ กลับมาเป็นของเกาหลีใต้ภายในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ตามแผนการเดิมของรัฐบาล
นอกจากนี้ เขายังได้เรียกร้องให้มีความก้าวหน้าที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในโครงการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้ รวมถึงการพัฒนาทหารที่มีความสามารถในการปฏิบัติการแบบบูรณาการสำหรับความขัดแย้งในอนาคต เนื่องจากเส้นแบ่งและขอบเขตของสมรภูมิเริ่มมีความชัดเจนน้อยลง