สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น แจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดก “นายเฮียง" ปมให้ข้อมูลเท็จขอออกใบแทนโฉนด อ้างสูญหายขณะเก็บรักษาไว้บ้านพักอาศัย ทั้งที่โฉนดฉบับจริงอยู่กับวัดป่าอดุลยาราม
วันนี้ (18 ส.ค. 69) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดย นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีกับ นางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดก นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 61945 กรณีขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่าโฉนดสูญหายขณะเก็บรักษาไว้ที่บ้านพักอาศัย ก่อนพบโฉนดฉบับจริงอยู่กับเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม หลังเกิดกรณีพิพาททวงคืนที่ดินของทายาท
นายพงษ์สุวัจน์ กล่าวว่า ได้มาแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโฉนดฉบับจริงยังมีอยู่ และอยู่กับเจ้าอาวาส จึงต้องตรวจสอบว่าผู้ยื่นคำขอทราบอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ ว่าโฉนดไม่ได้สูญหาย หากพบว่ามี ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย
โดยในกรณีนี้ ผู้ขอได้มายื่นคำขอออกใบแทนโฉนด และขอคัดสำเนาเอกสารจากสำนักงานที่ดินเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 69 ก่อนครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 27 ส.ค. 69 ขณะที่เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้เข้ามาคัดค้านและนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อสำนักงานที่ดิน ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าโฉนดไม่ได้สูญหายตามที่มีการแจ้งไว้ สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น จึงมีคำสั่งยกเลิกกระบวนการขอออกใบแทนโฉนด เนื่องจากเจ้าหน้าที่มองว่าเข้าข่ายแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ด้วยเหตุนี้จึงเดินทางมาแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย
นายพงษ์สุวัจน์ บอกอีกว่า หลังจากนี้จะมีความผิดในข้อหาใด ใครต้องรับผิด และมีความผิดในระดับใด เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริง และบทบัญญัติของกฎหมายต่อไป ส่วนประเด็นสำคัญว่า การแจ้งความดำเนินคดีกรณีขอออกใบแทนโฉนด จะกระทบต่อการเปลี่ยนชื่อโฉนดจากนายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามหรือไม่นั้น เป็นคนละกระบวนการกัน โดยในส่วนของสิทธิในที่ดิน หากยังไม่มีคำพิพากษาฉบับใหม่มาลบล้างหรือเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาเดิมที่ถึงที่สุดแล้ว สำนักงานที่ดินต้องยึดถือสิทธิตามคำพิพากษา และรับคำขอเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม จากคำพิพากษาที่ถึงที่สุด สิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของวัด แต่ชื่อในโฉนดยังคงเป็นชื่อ นายเฮียง เนื่องจากยังไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน ดังนั้นขั้นตอนต่อไปจึงเป็นเรื่องของการดำเนินการทางทะเบียน เพื่อให้ชื่อในโฉนดสอดคล้องกับสิทธิที่เกิดขึ้นตามคำพิพากษา มาตรา 84 ไม่ได้เปิดช่องให้ทายาทคัดค้านสิทธิของวัดโดยตรง แต่กระบวนการดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทายาทสามารถเข้ามาคัดค้านสิทธิของวัดได้โดยตรง
ทั้งนี้ หากผู้จัดการมรดกซึ่งในกรณีนี้คือ นางบัวไข ยินยอมมาดำเนินการและลงนามโอนให้กับวัด กระบวนการจะสามารถดำเนินไปได้รวดเร็วขึ้น แต่หากไม่ยินยอมมาลงนาม สำนักงานที่ดินจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่กฎหมายกำหนด โดยวัดสามารถนำคำพิพากษาและเอกสารที่เกี่ยวข้องมายื่นฝ่ายเดียว จากนั้นสำนักงานที่ดินต้องสอบสวนและดำเนินการผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาใด