เฉี่ยวชนเป็นเหตุ เกือบทำอันตรายเด็ก 7 เดือน

View icon 4
วันที่ 18 ส.ค. 2569 | 16.34 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - อุบัติเหตุบนท้องถนน ถ้าไม่เกิดจากความประมาท ก็เกิดจากอารมณ์พาไป เหตุการณ์นี้ชนวนเหตุมาจากเรื่องแค่จะเปลี่ยนเลนรถ แต่เปลี่ยนไม่ได้ เกิดมีปากเสียง จนคนขับรถขาดสติขับไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ พ่อ แม่ ลูกอ่อน จนเกือบทำให้เด็กที่มีอายุแค่ 7 เดือน ได้รับอันตราย

ภาพจากกล้องหลังรถ บันทึกเหตุการณ์ได้ชัดเจน จุดเกิดเหตุอยู่ หน้าซอยเพชรเกษม 69 ของวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่รถเก๋งคันสีขาวที่อยู่ในช่องทางซ้ายสุด เปิดไฟเลี้ยวต้องการเปลี่ยนมาเลนกลาง แล้วหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนกระทันหัน จนเกือบชนรถจักรยานยนต์พ่อ แม่ ลูกอ่อน ที่ติดรถคันข้างหน้าจนเกิดมีปากเสียงกัน จากนั้นรถเก๋งขับจี้ท้าย ชนไปเล็กน้อยรอบหนึ่ง แล้วขับรถตามรอบที่ 2 คล้ายกับตั้งใจจะพุ่งชนอีก จนแม่ของเด็กกรีดร้อง ว่ามีลูกยังเล็กอยู่ อีกฝ่ายจึงยอมขอโทษ

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับคนแม่ของเด็กอ่อน อายุ 25 ปี เธอพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ บอกกับสื่อยอมรับว่า ช่วงหักเลี้ยวรถครั้งแรก แฟนของเธอหลุดพูดคำหยาบออกมาจริง ๆ เพราะอีกฝ่ายเกือบขับทับเท้าแฟน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นขับรถตั้งใจชน ตอนนั้นเธอยอมรับว่าโกรธมาก แต่เพราะไม่มีหลักฐานจึงไม่ได้เข้าแจ้งความทันที กระทั่งมีรุ่นพี่ที่ทำงานไปเห็นคนนำภาพกล้องท้ายรถ ไปโพสต์ลงโซเชียลฯ เธอจึงรู้ว่าเหตุการณ์วันนั้น อีกฝ่ายตั้งใจชนจริง ๆ

หลังเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นดรามา คนขับรถเก๋ง คู่กรณีก็เข้าไปคอมเมนต์ในคลิปที่มีการแชร์กันในกลุ่ม แสดงความสำนึกผิดว่า ตัวเองขาดสติจริง เพราะโมโหที่มีปากเสียงกันครั้งแรก ไม่คาดคิดว่าการขับรถตามไปจะส่งผลอันตรายกับเด็ก อายุ 7 เดือน วันนั้นตัวเองลงไปขอโทษ และแสดงความสำนึกผิดแล้ว นึกว่าเรื่องจะจบ ส่วนเรื่องทางกฎหมาย ยืนยันพร้อมแสดงความรับผิดชอบ  ขอโทษทุกคนที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ขอโทษผู้ร่วมเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ตัวเองเข้าใจที่จะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขออย่าคุกคามข่มขู่ และขออย่าไประรานคนรอบตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้เสียหาย ก็ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หนองแขม แล้ว โดยรองผู้กำกับการ สน.หนองแขม ยังได้อธิบายเหตุที่ไม่รับแจ้งความแต่ทีแรก ว่าเพราะต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ไปตกลงไกล่เกลี่ยกันก่อน เผื่อสามารถยุติเรื่องได้ ส่วนหลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง