เช้านี้ที่หมอชิต - กรณีรถตู้โดยสารที่มีชาวลาวเป็นผู้โดยสารประสบอุบัติเหตุ เพลิงลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิต พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างตรวจสอบการเข้าเมืองของแรงงานทั้งหมดว่า เข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
จากกรณีอุบัติเหตุ รถตู้โดยสารเกิดเพลิงไหม้บนถนนสายกาฬสินธุ์-มุกดาหาร บริเวณตำบลหนองใหญ่ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ช่วง 05.00 น. เมื่อวานนี้ โดยมีชายไทยอายุ 50 ปี เป็นคนขับรถ และมีผู้โดยสาร เป็นชาว สปป.ลาว จำนวน 13 คน ในจำนวนนี้ เสียชีวิต 2 คน ทั้งหมดรวมคนขับเป็น 14 คน
โดยหลังเกิดเหตุ ทีมกู้ชีพ และ หน่วยกู้ภัย ลำเลียงคนขับรถตู้ และผู้โดยสารรวม 12 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บ กระจายส่งโรงพยาบาลหลายแห่งในจังหวัดกาฬสินธุ์
ขณะนี้ผู้บาดเจ็บ 9 คน ที่แพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว คงเหลือ นายสันติ อายุ 50 ปี คนขับรถตู้ที่ได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส มีแผลไฟไหม้ตามร่างกายหลายแห่ง รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ส่วนอีก 2 คน เป็นผู้โดยสารหญิง และชาย อายุ 25 ปี ทั้งคู่เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บในกลุ่มสีเหลือง หรือผู้ป่วยฉุกเฉิน มีอาการปานกลาง ถึงค่อนข้างรุนแรง ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต 2 คน ถูกส่งชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
จากการสอบถามผู้โดยสาร บอกว่าตลอดเส้นทาง คนขับรถตู้ใช้ความเร็วมาก เกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแวะจอดนอนตามปั๊มมาเป็นระยะถึง 2 ครั้ง รวมถึงใช้มือข้างเดียวควบคุมพวงมาลัยรถด้วย จนทุกคนรู้สึกหวาดกลัว
นอกจากนี้จากการตรวจสอบ พนักงานสอบสวน พบว่ามี 4 คน ที่วีซาเข้าเมืองถูกเพลิงไหม้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนที่เหลือทุกคนเข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย จึงประสานไปยังกงสุลลาวประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบว่าทั้ง 4 คน เข้าเมืองมาอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะเดินทางไปร้อยเอ็ดในวันนี้
หากได้รับการยืนยันว่าเข้าเมืองโดยถูกต้อง ก็จะได้รับเงินสินไหมทดแทน รวมทั้งหลังจากนี้ หลังจากชาวลาวที่กลับไปเยี่ยมบ้าน ต้องการกลับเข้ามาทำงาน หากวีซายังไม่หมดอายุ ก็จะสามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานได้ตามเดิม
ส่วนตัวคนขับรถตู้ เข้าข่ายความผิด ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และบาดเจ็บ พนักงานสอบสวนจะได้อายัดตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้