สนามข่าว 7 สี - เรื่องที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ ย่านห้วยขวาง แล้วไปเจอร้านค้าต้องสงสัย เข้าข่ายกระทำผิด คล้ายเป็นนอมินีถือหุ้นแทนนายทุนตัวจริง ผ่านมาระยะหนึ่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้อนไปตามดูความคืบหน้า แต่ก่อนอื่นย้อนไปดูวันเกิดเรื่องที่มีการเอ่ยชื่อเจ้าหน้าที่รับส่วยกันก่อน
เหตุการณ์เมื่อ 9 สิงหาคม ที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปพร้อมกับหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ ย่านห้วยขวาง
เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านตัดผม และสถานบริการ เพื่อกวาดล้างการแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ที่เข้ามาแย่งงานคนไทยทำ แล้วก็เจอกับปลายสาย ที่ โทร. มาเชิงข่มขู่ บอกว่า ได้เคลียร์ได้จ่ายเงินแล้ว
ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแบบนั้นจริงไหม เพราะจากการกระทำผิด ที่พบมีการดำเนินคดีได้แค่แรงงานต่างชาติ 16 คน ที่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตชัดเจน
แล้ววันรุ่งขึ้น (10 ส.ค.) ทีมข่าวไปตรวจสอบ พบว่า โรงแรม และร้านอาหาร ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบนั้น ยังเปิดบริการปกติ ไม่พบติดป้ายให้หยุดให้บริการ หรือสั่งปิดชั่วคราว ทางตำรวจบอกว่าเพราะต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าแจ้งความก่อน
จากนั้น 12 สิงหาคม นายพลพีร์ ก็เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ในส่วนที่พบความผิดปกติ เช่น โรงแรมไม่พบการจดทะเบียน พนักงานเป็นชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำงานในไทย มีบริษัทเอกชนเป็นบริษัทบัญชีร่วม กับบริษัททนายความ อำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในเรื่องการลงทุนเปิดทำธุรกิจ และได้บอกกับ พนักงานสอบสวนว่า ขอให้อัปเดตข้อมูลภายใน 7 วัน
ครบกำหนด 1 สัปดาห์ เมื่อวานนี้ (18 ส.ค.) นายพลพีร์ ไปที่ สน.ห้วยขวาง อีกครั้ง ใช้เวลาพูดคุยอัปเดตความคืบหน้าอยู่ไม่นาน พูดคุยกับ ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง ก่อนออกมาบอกกับสื่อมวลชน ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สอบปากคำผู้ต้องหาและพยานครบหมดแล้ว
เหลือเพียงข้อมูลของ "นายโป๊ะ" เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ ที่ โทร.มาขอเจรจา ซึ่ง สน.ห้วยขวาง ก็ประสานขอข้อมูลผู้ครอบครองเบอร์โทรศัพท์ ไปยังผู้ให้บริการตั้งแต่วันแรก ๆ แล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบกลับมา
ซึ่งพนักงานสอบสวน เตรียมจะไปประสานที่สำนักงานใหญ่ผู้ให้บริการด้วยตัวเอง เพื่อเร่งรัดการขอข้อมูล หากได้แล้วจะรีบขยายผลต่อว่า ใครเป็นคนพูดสาย และมีเจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวข้องจริงหรือไม่
นายพลพีร์ ยังบอกด้วยว่า ส่วนตัวพอจะสันนิษฐานได้ว่า อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐ จากหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้อง ในการอำนวยความสะดวก ปล่อยปละละเลย หรือเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมยืนยัน การลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่ใช่ทำแบบขึ้นเวที "รำหน้าไฟ" แล้วจบไป ซึ่งเร็ว ๆ นี้ ก็จะเปิดปฏิบัติการใหญ่แบบดาวกระจายทั่วกรุงเทพฯ ในการกวาดล้างกลุ่มนอมินีต่างชาติอีก