วันนี้ (19 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจทุ่งนาข้าวหอมมะลิในหลายตำบล ของ อ.เมืองสุรินทร์ พบว่าชาวนาต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่า 1 เดือน ถึงแม้ว่าจะมีประกาศเตือนภัยพายุจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เป็นระยะ และฝนเริ่มตกมาบ้างแล้ว แต่ก็ตกปรอย ๆ
ส่งผลให้นาข้าวไร้น้ำขัง สระน้ำแห้งขอด ต้นข้าวขาดน้ำอย่างหนักจนวัชพืชโตแซงหน้าขึ้นมาแทนที่ ทำให้ชาวนาจำนวนมากเริ่มหมดหวังกับการทำนาปีนี้
ขณะที่นายนพดล อายุ 48 ปี ชาวบ้าน เล่าว่า ตนทำนาจำนวน 5 ไร่ และได้ลงทุนไปแล้วกว่า 10,000 บาท ตนจำใจต้องนำฝูงควายที่เลี้ยงไว้ 12 ตัว ลงไปผูกปล่อยกินหญ้าในแปลงนาข้าว เนื่องจากในนามีต้นข้าวเหลืออยู่ไม่ถึง 10% ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นวัชพืชและ "ข้าวดีด" ที่กอใหญ่และโตเร็วกว่าต้นข้าวปกติ
นายนพดล ยังได้เล่าต่ออีกว่า ฝนทิ้งช่วงมานานทำให้หญ้าขึ้นเร็วกว่าข้าว ที่เห็นเขียว ๆ มองไกล ๆ เหมือนต้นข้าว แต่จริง ๆ เป็นหญ้าและข้าวดีดขึ้นปกคลุม ปกติช่วงนี้นาตรงนี้จะมีน้ำขังและข้าวโตใกล้จะตั้งท้องแล้ว แต่ปีนี้มีแต่หญ้า เห็นสภาพแล้วคงหมดหวัง
สำหรับสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในครั้งนี้นับว่าส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและภาวะเศรษฐกิจของเกษตรกรในหลายพื้นที่ของ จ.สุรินทร์ เป็นอย่างมาก
โดยชาวบ้านต่างหวังว่าในช่วงหลังจากนี้ จะมีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาความแห้งแล้งได้บ้าง ก่อนที่ผลผลิตจะเสียหายไปมากกว่านี้