สนามข่าว 7 สี - ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อำเภอปัว จังหวัดน่าน แม้เริ่มลดลงแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมวลน้ำในแม่น้ำน่านกำลังไหลลงพื้นที่ตอนล่างตามเส้นทางน้ำ ทำให้ อำเภอเมืองน่าน และ อำเภอเวียงสา พื้นที่รับน้ำต่อไป ต้องเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
อย่างคืนที่ผ่านมา เทศบาลเมืองน่าน ต้องประกาศเตือนชาวบ้านพื้นที่เสี่ยง ยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมอพยพ
เทศบาลเมืองน่าน แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าฟังข้อมูลข่าวสารจากราชการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำปีนี้คาดการณ์ว่าจะสูงกว่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2549
กระทั่งเวลา 22.30 น. สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองน่าน น้ำจากแม่น้ำน่านได้เริ่มเข้าท่วมหลายชุมชนริมแม่น้ำน่าน โดยเฉพาะในตลาดเทศบาลเมืองน่าน เทศบาลเมืองน่านได้ออกประกาศให้ประชาชนขนของขึ้นที่สูง และอพยพออกไปยังที่ปลอดภัย
ด้านการช่วยเหลือ กรมชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 2 ได้นำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำเข้าประจำพื้นที่เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 3 เครื่อง พื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
โครงการชลประทานน่าน รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำน่านตอนบน เวลา 24.00 น.ที่ผ่าน บริเวณสถานีวัดน้ำของกรมชลประทาน ดังนี้
1. สถานี N.64 บริเวณบ้านผาขวาง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ระดับน้ำ 10.40 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.90 เมตร มีแนวโน้มลดลง
2. สถานี N.1 บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ระดับน้ำ 8.50 เมตร สูงว่าตลิ่ง 1.50 เมตร เท่าระดับคันแนวเสริมป้องกันน้ำท่วมฝั่งอำเภอเมือง และแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์น้ำ พื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่าน เมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมไม่น่าจะรุนแรงเท่าปีที่แล้ว
ส่วนทิศทางแม่น้ำน่าน จากอำเภอปัว จะไหลลงสู่ที่ต่ำตามเส้นทางน้ำผ่านอำเภอท่าวังผา เข้าอำเภอเมืองน่าน และ อำเภอเวียงสา ก่อนไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเขื่อนสิริกิติ์สามารถรองรับน้ำได้อีก 3,275 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 34.44 % ของความจุ