รถบรรทุกถังก๊าซฯ ล้อหลุดพลิกตะแคง ก่อนระเบิด จ.เชียงใหม่

View icon 13
วันที่ 20 ส.ค. 2569 | 06.07 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เกิดเหตุรถบรรทุกถังก๊าซหุงต้มพลิกตำแคงก่อนระเบิด บนถนนเชียงใหม่-ลำปาง ไปชมภาพขณะเกิดเหตุ

รถบรรทุกถังก๊าซฯ ล้อหลุดพลิกตะแคง ก่อนระเบิด จ.เชียงใหม่
เป็นภาพขณะรถกระบะบรรทุกถังก๊าซหุงต้ม ที่พลิกตะแคงอยู่กลางถนนเชียงใหม่-ลำปาง ขาเข้าเชียงใหม่ หน้าโรงงานแห่งหนุ่ง ในตำบลยางเนิ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่เกิดการระเบิดขึ้น ทำให้เกิดเปลวเพลิงลอยขึ้นสูงหลายเมตร

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้รถกระบะคันดังกล่าว พร้อมปิดกั้นไม่ให้รถและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องผ่าน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

โดยรถกระบะคันดังกล่าว ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน และถังก๊าซหุงต้ม ถูกเผาไหม้เสียหายหลายสิบถัง ขณะที่คนขับรถ และพนักงานที่นั่งมาด้วยไม่ได้รับบาดเจ็บ

นายมงคล คนขับรถ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรับถังแก๊งหุงต้มที่บรรจุเต็มถังมาทั้งหมด 70 ถัง จากบริษัทในจังหวัดลำพูน เพื่อนำส่งจังหวัดเชียงใหม่ โดยขับตามปกติที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอมาถึงจุดเกิดเหตถจู่ ๆ ล้อหลังด้านขวาหลุดออกไปจนทำให้รถเสียหลัก จึงพยายามประคองรถรถเข้าข้างทาง แต่เนื่องจากรถบรรทุกหนักทำให้ประคองรถได้แค่เพียง 50 เมตร ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกตะแคง จึงรีบวิ่งออกมาพร้อมพนักงานที่นั่งมาด้วย

คืบหน้าเหตุเพลิงไหม้รถตู้ชาวลาว จ.ร้อยเอ็ด
ส่วนที่จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการตรวจรถตู้โดยสารที่พลิกตะแคง และเกิดเพลิงไหม้ ขณะพาผู้โดยสารชาวลาวเดินทางกลับประเทศ พบว่า สาเหตุเพลิงไหม้มาจากถังน้ำมันใต้ท้องรถ มีร่องรอยที่คล้ายการชนกับเสาเหล็ก การ์ดเลน ของกรมทางหลวง จนเกิดระเบิดไฟลุกไหม้รถ

ส่วนผู้เสียชีวิต 2 คน จากการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ พบว่าเป็นผู้หญิงทั้ง 2 คน ซึ่งเมื่อวานหญิงชาวลาวเดินทางมาตรวจสอบ และยืนยันว่าหนึ่งในสองคนเป็นร่างของผู้เป็นแม่ แต่ต้องรอบการตรวจสอบ DNA อีกครั้ง

ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่จาก สถานกงสุลใหญ่ จาก สปป.ลาว ประจำประเทศไทย จากจังหวัดขอนแก่น เพื่อรวมตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าแรงงานทั้งหมดไม่ได้เดินทางเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งจะได้มีการประสานไปยังประกันสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานจัดหางานจังหวัด และสนง.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เข้าไปดูแลเรื่องค่าชดเชยต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง