"ปกรณ์" ยอมรับ มท. ไม่เห็นด้วยแนวคิดซื้อปืนคืน ใช้งบสูง

"ปกรณ์" ยอมรับ มท. ไม่เห็นด้วยแนวคิดซื้อปืนคืน ใช้งบสูง

View icon 24
วันที่ 20 ส.ค. 2569 | 11.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ปกรณ์” ยอมรับ มท. ไม่เห็นด้วยแนวคิดซื้อปืนคืน ใช้งบสูง เล็งนำร่าง กม.อาวุธปืน ฉบับแก้ไข เข้า ครม.กลางเดือน ก.ย. ต้องเข้มงวดทั้งระบบ โดยเฉพาะปืนเถื่อน-เครื่องกระสุน ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

วันนี้ (20 ส.ค.69) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน ว่าการแก้ไขปัญหาจะแก้ไขกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ อย่าลืมว่า ประเทศไทยมีพรมแดนที่ติดกับเพื่อนบ้านทั้งทางบก ทางทะเล ซึ่งภายในประเทศเพื่อนบ้านสถานการณ์ไม่เรียบร้อย จึงมีการเล็ดรอดของอาวุธเข้ามาในประเทศไทย ส่วนกฎหมายอาวุธปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2490 ครอบคลุมที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย แต่มีช่องโหว่

ทั้งนี้ ปืนมี 2 ส่วนคือ ปืนที่ชอบด้วยกฎหมาย และปืนเถื่อน ส่วนเรื่องที่ต้องแก้ไขคือ เรื่องอาวุธปืนที่นำเข้าโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยจะต้องมีการปฏิรูประบบปืนเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทั้งระบบ เนื่องจากที่ผ่านมาต่างคนต่างอนุญาต แม้ก่อนหน้านี้จะพยายามพัฒนาระบบทะเบียนปืนจากส่วนกลาง แต่ยังไม่สมบูรณ์และยังไม่เชื่อมโยง ไม่มีระบบตรวจสอบติดตามที่ดี ส่วนในแง่ร้านปืน กฎหมายไม่ได้เขียนให้ร้านปืนต้องร่วมรับผิดชอบในการดูแล

นายปกรณ์ กล่าวว่า ปืนที่มีทะเบียนส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือปืนเถื่อน ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1.ปืนและเครื่องกระสุนที่ลักลอบนำเข้าตามชายแดน 2.ปืนที่ซื้อโดยชอบแต่ไม่ได้ขอขึ้นทะเบียน และ 3.ปืนไทยประดิษฐ์ นอกจากนี้ จะต้องควบคุมสนามยิงให้เข้มข้นด้วย ซึ่งตอนนี้ระบบควบคุมยังไม่มี ในส่วนของสนามยิงปืนอยู่ในการดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมาทบทวนกันใหม่

สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยเสนอมาและหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ ต้องควบคุมปืนในระบบให้ดีผ่านการรื้อระบบ การขึ้นทะเบียนอนุญาต การควบคุมการเล่นปืนหรือใช้ปืน เป็นการป้องกันรอยรั่ว จากนั้นจะต้องดูว่า ของที่มีอยู่จะต้องทำอย่างไร โดยจะมีมาตรการให้นำอาวุธปืนมามอบให้ทางราชการโดยไม่ต้องรับโทษ หากไม่แน่ใจว่า ปืนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นมาตรการที่คล้ายนิรโทษ ซึ่งมาตรการนี้ทำมาแล้วหลายครั้ง ที่ผ่านมาได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ซึ่งเหตุที่ไม่ได้ผลเพราะไม่ได้มีการรื้อระบบ ส่วนเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด คือ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่จะลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า โดย พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นคือ ผู้ค้าปืน ระบบอนุญาตปืน และเรื่องสนามยิงปืนที่จะต้องถูกควบคุมอย่างเข้มข้น ส่วนแนวคิดเรื่องการซื้ออาวุธปืนคืนนั้น อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะต้องใช้งบประมาณสูง และหากรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง อาจจะทำให้เขารู้สึกเสียดายและไม่นำมาคืน และกระทรวงมหาดไทยเสนอว่า ให้นำปืนมาคืนดีกว่า ใช้งบประมาณไปซื้อคืนไม่ไหว เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก ส่วนปืนทหารและตำรวจที่ใช้ในราชการนั้น มีมาตรการป้องกันการรั่วไหลอยู่แล้ว แต่ไม่ได้การันตีว่าจะป้องกันได้ 100 % แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี สามารถใช้มาตรการทางบริหารได้

ทั้งนี้ นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย หลังจากรับฟังความเห็นผ่านระบบกฎหมายกลางจนถึงวันที่ 10 ก.ย.นี้ จากนั้นจะยกร่างกฎหมายแล้วนำไปรับฟังความเห็นอีกครั้ง และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาตรา 19 ตาม พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย คือ รีบเสนอ ครม.ได้เลย คาดว่า จะสามารถนำร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้กลางเดือน ก.ย.นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง