ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เดินหน้าสืบสวนสอบสวน 3 คดี เกี่ยวข้อง “ป้าดา” และพวก ร่วมกันบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม แจ้งความเท็จ และความผิด ม.112 พร้อมตรวจสอบเจตนาการรวมกลุ่ม หากพยานหลักฐานชี้ว่ารวมตัวเกิน 5 คน เพื่อร่วมกันบุกรุก สามารถพิจารณาแจ้งข้อหาอั้งยี่และซ่องโจรเพิ่มเติมได้
วันนี้ (20 ส.ค. 69) พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับป้าดาและพวก รวม 3 คดี คือ 1.คดีร่วมกันบุกรุก เหตุเกิดที่วัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา คดีที่ 2.คือคดีแจ้งความเท็จ ที่มีเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น มาแจ้งความเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 และคดีที่ 3 เป็นคดีเกี่ยวกับความผิด ม.112
สำหรับในคดีร่วมกันบุกรุก ตำรวจได้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลตามคลิปวิดีโอที่ปรากฏ ทั้งจากโซเชียลมีเดีย และภาพจากกล้องวงจรปิดต่าง ๆ รวมทั้งหมด 16 คน ออกหมายเรียกไปแล้ว 7 คน โดย 1 ใน 7 คน รวมป้าดาด้วย ซึ่งตามหมายเรียก ตำรวจนัดมาพบในวันที่ 27 ส.ค. 69 โดยทั้งหมด 16 คน เป็นกลุ่มบุคคลที่ร่วมกับป้าดาเข้ามาร่วมกันบุกรุกที่วัด ขณะเดียวกันได้สอบสวนในกลุ่มของพยานทางฝั่งของวัด และคนที่เป็นผู้รับจ้างมาเทปูใส่ท่อที่วางขวางหน้าวัด และได้สอบสวนเจ้าของร้านวัสดุ ที่เป็นผู้จำหน่ายท่อปูนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงคนขับรถส่งวัสดุที่ยังไม่มา แต่มีการติดต่อมาแล้ว ว่าเสร็จธุระที่บ้านจะมาให้ปากคำ จึงฝากถึงบุคคลที่ปรากฏตามคลิปวิดีโอ หากเห็นภาพตัวเองปรากฏให้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำ เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรอให้กลุ่มของผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนอยู่ ถ้าหากว่ารู้ตัวว่าเป็นคนที่มาขอนแก่นในวันดังกล่าว ก็ติดต่อเข้ามาได้ตลอดเวลา
ในส่วนของคดีแจ้งความเท็จ พนักงานสอบสวนนัดสอบปากคำในวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. 69 รวมทั้งได้ติดต่อขอสอบปากคำในส่วนของพยาน 2 คน ที่ลงชื่อพยานแล้ว ด้วยการออกหมายเรียกให้มาพบ ขณะที่คดีเกี่ยวกับความผิด ม.112 ที่มีประชาชนชาว จ.ขอนแก่น มาแจ้งความเอาผิดกับบุคคลที่กล่าวอ้างเบื้องบนตามคลิปวิดีโอพร้อมพวก หลังรับแจ้งความก็จะมีการนำเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับ หลังจากนั้นจะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีตามลำดับ เพื่อป้องกันการการถูกกลั่นแกล้งในเรื่องของคดีความมั่นคง และขอยืนยันว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำสั่งโดยเคร่งครัด
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวอีกว่า ในกรณีของป้าดาและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ร่วมกันบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม มีความผิดในข้อหาอื่นหรือความผิดอั้งยี่และซ่องโจร หรือไม่นั้น แม้มีบุคคลที่ปรากฏมากกว่า 5-10 คน เป็นการกระทำความผิดอาญา แต่ในส่วนของเจตนานั้นก็จะต้องพิสูจน์เจตนา ว่าที่ร่วมกันมาเพื่อทำการบุกรุกวัดแต่ต้นหรือไม่ ถ้ารวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ชี้ถึงเจตนาในการมาร่วมกันบุกรุกและรวมตัวกันเกินกว่า 5 คนขึ้นไป ก็จะเรียกให้มารับทราบข้อหา ที่สามารถที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหานี้อั้งยี่และซ่องโจรได้