บุกรุกป่าปลูกไร่ขิงกว่า 600 ไร่ บก.ปทส. ลงพื้นที่สวนป่าไชยปราการ ดำเนินคดีเด็ดขาด อ.อ.ป. เตรียมส่งคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ 7.6 พันไร่ เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการทำไม้เชิงเศรษฐกิจ มีความสำคัญต่อแหล่งต้นน้ำ
ความคืบหน้ากรณีรุกป่าปลูกขิง วานนี้ (19 ส.ค.69) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้บริหารองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สวนป่าไชยปราการ ต.แม่ทะลม อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วน หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้ใช้น้ำและประชาชนในพื้นที่ กรณีมีการลักลอบแผ้วถางป่า ทำถนน และเตรียมพื้นที่เพื่อทำการเกษตร (ปลูกไร่ขิง)
ผลการตรวจสอบสภาพพื้นที่ พบร่องรอยการบุกรุกแผ้วถางเพื่อทำเกษตรกรรมเป็นวงกว้าง (ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด และไร่ขิง) คำนวณเนื้อที่ได้ประมาณ 615 ไร่ พื้นที่บุกรุกส่วนหนึ่งอยู่ในแปลงที่ อ.อ.ป. ได้ดำเนินการทำไม้ ออกตามแผนงบประมาณไปแล้วเมื่อปี 2562 และบางส่วนมีแนวเขตคาบเกี่ยวกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เตรียมการ) ซึ่งที่ผ่านมา บก.ปทส. ได้ดำเนินการสืบสวน ปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดพร้อมของกลางมาอย่างต่อเนื่อง
จากนี้จะบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยมอบหมายให้ อ.อ.ป. ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที โดยประสานสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในส่วนที่เป็นพื้นที่คาบเกี่ยว ให้บูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา (เตรียมการ) ให้ชัดเจน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งคืนพื้นที่ป่า โดย อ.อ.ป. เตรียมส่งมอบพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการทำไม้เชิงเศรษฐกิจ และมีความสำคัญต่อแหล่งต้นน้ำ คืนให้แก่กรมป่าไม้ รวมเนื้อที่ 7,676.50 ไร่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศต่อไป