ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ภัยพิบัติน้ำป่าครั้งนี้รุนแรง จากฝนตกหนักและตกสะสม ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ที่หนักสุดคือพื้นที่ อำเภอปัว เกิดความเสียหายหนักต่อบ้านเรือน ถนนหนทางถูกตัดขาด เสาไฟฟ้าล้ม และยานพาหนะถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหาย
ความเสียหายอุทกภัย อ.ปัว จ.น่าน
นี่เป็นเพียงความเสียหายส่วนหนึ่ง หลังจากที่เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ รถยนต์คันนี้ถูกน้ำพัดไปต่อหน้าต่อตา กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก และไหลแรงมาก พัดรถกระบะคันใหญ่ไปแบบไม่รู้ทิศทาง แม้จะรู้สึกเสียใจ หรือเสียดาย แต่ก็ไม่อาจฝ่ากระแสน้ำไปนำรถกลับคืนมาได้
ความเสียหายหลังน้ำลด ดินทรุด-บ้านพัง จ.น่าน
วันนี้ (20 ส.ค.) สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย น้ำเริ่มลด ชาวบ้านออกมาสำรวจบ้านและทรัพย์สินของตนเอง ที่เหลือทิ้งไว้เพียงเศษซากความเสียหาย ทั้งรถ ทั้งบ้าน ไม่เหลือชิ้นดี ความเสียหายครั้งนี้ยากจะทำใจ ถนนภายในหมู่บ้านยังคงมีน้ำสีดินแดงขุ่นท่วมขัง เป็นบ่อ บางจุดน้ำได้กัดเซาะหน้าดิน และรั้วบ้านจนพังเสียหาย บ้านหลายหลังเกิดการทรุดตัว ตลอดสองข้างทางยังเต็มไปด้วยเศษซากกิ่งไม้ขนาดใหญ่ วัสดุก่อสร้าง และเศษขยะที่ลอยมากับน้ำ ทับถมกันเป็นกอง รวมถึงเสาไฟฟ้าและสายไฟที่อยู่ในสภาพเสี่ยงอันตราย
ต้องบอกว่า ถึงแม้น้ำจะลดลงแล้ว แต่สภาพจิตใจของชาวบ้าน คงต้องเร่งหาทางเยียวยา เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ รถยนต์ที่จอดไว้หลายสิบคัน ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหาย ทั้งอาคารจอดรถ รั้วบ้าน กำแพงบ้าน สิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย เพราะต้านทานแรงน้ำป่าไม่ไหว วันนี้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยกันสำรวจความเสียหาย ตักดินโคลนออกจากบ้าน เพื่อทำความสะอาด และเคลื่อนย้ายรถยนต์ เพื่อประเมินความเสียหายต่อไป
ไปดูความช่วยกันบ้าง ทั้งจากหลายหน่วยงาน และทีมกู้ภัยจิตอาสา เร่งเข้าพื้นที่ เพื่อไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง อพยพออกมายังจุดที่ปลอดภัย
เป็นครอบครัวผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน แจ้งขอความช่วยเหลือ หลังระดับน้ำเพิ่มสูงกลางดึก ทำให้แม่ ตา และยาย ติดอยู่ภายในบ้าน "กัน จอมพลัง" พร้อมทีมงาน ฝ่ากระแสน้ำในความมืดเข้าไปช่วยเหลือ ท่ามกลางอุปสรรค ทั้งกระแสน้ำแรง เศษไม้ กิ่งไม้ และขยะที่ลอยมากับน้ำ โดยบางคนได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติภารกิจ
เบื้องต้นช่วยผู้ประสบภัยออกมาได้ 12 คน ในจำนวนนี้มีเด็กเล็กอายุเพียง 10 เดือน และผู้สูงอายุ 2 คน อายุประมาณ 80 ปี
นอกจากนี้ ยังมีทีมกู้ภัยที่ใช้โดรนช่วยบินขึ้นตามชุมชน ค้นหาผู้ประสบภัยที่ต้องการอพยพ หากบ้านหลังไหนที่ต้องการอพยพ ขอความกรุณาแสดงตัว และส่งสัญญาณให้ทางทีมงานกู้ภัยทราบทันที ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณมือ สัญญาณไฟ หรือใช้ผ้าโบกสะบัดก็ได้ หากทราบพิกัดแล้ว ทีมกู้ภัยจะเข้าไปช่วยทันที
ขณะที่ ทีมกู้ภัยจาก มูลนิธิสายธารสะพานบุญ ได้เริ่มค้นหาผู้ประสบภัยแล้ว ตั้งแต่ 06.00 น. โดยกู้ภัย จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือปอนด์ เผยว่าระดับน้ำในตัวเมืองน่านค่อย ๆ เพิ่มสูง ต้องใช้โดรนบินสำรวจผู้ประสบภัยที่ยังไม่ออกจากบ้าน เนื่องจากขึ้นมาอยู่ชั้น 2 แล้ว ซึ่งหลายคนที่ยังมีเรี่ยวแรง ต้องการอยู่เฝ้าบ้าน และอยากได้แค่อาหาร น้ำดื่ม กับยารักษาโรคเท่านั้น
ส่วนบ้านอื่นที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือเป็นบ้านชั้นเดียว หลายครัวเรือนอพยพออกมาแล้วตั้งแต่ค่ำวานนี้
ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน พร้อมสั่งการให้กรมชลประทาน นำรถน้ำ 6 คัน ฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนที่ระดับน้ำลดลงแล้ว และตั้งโรงครัวในพื้นที่อำเภอภูเพียง หลังได้รับร้องเรียนว่าขาดแคลนอาหาร และเก็บข้อมูลความเสียหายภาคการเกษตร เพื่อจ่ายเงินเยียวยา
สำหรับการเยียวยา ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 1,340 บาทต่อไร่, ส่วนพืชไร่ และพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่, ไม้ผล หรือไม้ยืนต้น และอื่น ๆ 4,048 บาทต่อไร่ รับเงินช่วยเหลิอ ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โอนตรงเข้าบัญชีเกษตรกรเท่านั้น
ขณะที่ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ร่วมกับชุมชน เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ช่วยทำความสะอาดบ้าน และขนย้ายสิ่งของ ที่บ้านต้นแหลง หมู่ 2 อำเภอปัว ซึ่งประชาชนที่ต้องการจะขนย้ายสิ่งของเข้าบ้าน สามารถแจ้งหน่วยงาน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งขาติดอยภูคาได้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกคน