เช้านี้ที่หมอชิต - ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อวานนี้มีแดดออก พื้นที่ส่วนใหญ่น้ำลดลงแล้ว จนมองเห็นเศษซากความเสียหาย ประชาชนส่วนใหญ่ เริ่มกลับเข้าไปเก็บกวาด ทำความสะอาดบ้าน ล้างโคลนตม กลายเป็นภาระหนักที่ชาวบ้านต้องจัดการหลังน้ำลด
ทุกข์ชาวบ้านหลังน้ำลด ขอไฟฟ้า-น้ำประปา จ.น่าน
คุณปวีณา กานศรี หรือ ครูแนน ประชาชนในพื้นที่บ้านฝาย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว อัดคลิปสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบาก ในการฟื้นฟูพื้นที่ถูกน้ำท่วมหลังน้ำลด เพราะว่ามีทั้งเศษซากต้นไม้ หญ้า กองดิน ที่ไหลมากับน้ำ กองอยู่เต็มไปหมด
หลังคลิปเผยแพร่ไป ก็มีรถแบ็กโฮ รถไถ มาช่วยเหลือแล้ว แต่ยังต้องการอาหาร และน้ำดื่มอีกจำนวนมาก
ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊ก "คุณแจ๊ส ภาติวุฒิ" ถ่ายคลิปภาพ ระบุ บันทึกไว้เป็นความทรงจำ หลังน้ำป่าหลาก ก็จะเห็นว่า พื้นที่เต็มไปด้วยดินโคลน นอกจากนี้ยังมีเศษซากต้นไม้ ทั้งต้นเล็ก ต้นใหญ่ เต็มไปหมด เจ้าของคลิป บอก หนักสุดแล้วรอบนี้
ต้องบอกว่า ถึงแม้น้ำจะลดลงแล้ว แต่สภาพจิตใจของชาวบ้าน คงต้องเร่งหาทางเยียวยา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ รถยนต์ที่จอดไว้หลายสิบคัน ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหาย ทั้งอาคารจอดรถ รั้วบ้าน กำแพงบ้าน สิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย เพราะต้านทานแรงน้ำป่าไม่ไหว
ชาวบ้าน บอกว่า น้ำท่วมปีนี้มากกว่าปี 2568 น้ำมาเร็วและแรงมาก ชาวบ้านได้รับการแจ้งเตือนช่วงประมาณ 02.00 น. ขณะนั้นน้ำท่วมถึงระดับหัวเข่าแล้ว ทำให้ไม่สามารถเก็บข้าวของหรือเตรียมรับมือได้ทัน และสิ่งที่ต้องการเร่งด่วนตอนนี้คือน้ำประปา กับไฟฟ้า
มท.3 ลุยน้ำ-โคลน ช่วยชาวบ้าน
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมร่วมภารกิจช่วยเหลือ และอพยพผู้สูงอายุออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง ต้องเดินลุยน้ำช่วยผู้สูงอายุออกมาอยู่จุดที่ปลอดภัย จนได้รับเสียงชื่นชมจากชาวน่านที่ได้เห็นการทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก
"บิ๊กดุลย์" ลุยน้ำท่วมช่วยชาวบ้าน จ.น่าน
ขณะที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยกเลิกการประชุมสภากลาโหม ลงพื้นที่อำเภอปัว
พลโทอดุลย์ ได้เดินพบปะ พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยชาวบ้าน ต่างบอกว่าเป็นน้ำท่วมครั้งที่หนักที่สุดในชีวิต
พลโทอดุลย์ กำชับหน่วยทหารในพื้นที่ ระดมกำลังพลช่วยอพยพประชาชน ส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น ตลอดจนเตรียมพร้อมฟื้นฟูทันที เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลและกองทัพจะอยู่เคียงข้างประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นไป และจะไม่มีวันทอดทิ้งประชาชน
ขณะที่ฝั่งอำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง ยังคงมีน้ำขังในบางจุด อย่างที่วัดภูมินทร์ พระสงฆ์และสามเณร ต้องลุยสำรวจพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณฐานพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญ และเป็นที่ประดิษฐานจิตรกรรมฝาผนังล้านนา อันทรงคุณค่า "ปู่ม่านย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก"
จากการสำรวจเบื้องต้น ยังไม่พบความเสียหายต่อจิตรกรรม และองค์พระอุโบสถ
ล่าสุด 19.30 น.ที่ผ่านมา ทางวัดภูมินทร์ แจ้งว่า วันนี้ นักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชน สามารถเข้าชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังทรงคุณค่า "ปู่ม่านย่าม่าน" ได้ตามปกติ
ขณะที่ความรู้สึกของชาวบ้านที่ค้าขายในพื้นที่เขตอำเภอเมือง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็บอกว่าเหนื่อยใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
สาเหตุหลักคาดว่าน่าจะมาจากการตัดไม้ทำลายป่า รุกล้ำพื้นที่สร้างรีสอร์ตบนภูเขา ทำให้คนที่ราบ ได้รับผลกระทบ
ระดมสรรพกำลัง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน
ทีมเพื่อนพึ่ง ภาฯ อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ มูลนิธิอาสาเพื่อนพี่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ชุมชนหัวเวียงใต้ และชุมชนบางแก้ว ในเขตเทศบาลเมืองน่าน บางจุดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 180 เซนติเมตร ทำให้มีประชาชนจำนวนมากติดค้างอยู่ในบ้านเรือน และขาดแคลนไฟฟ้าใช้
โดยทางทีมฯ ได้นำอาหารปรุงสุกพร้อมทาน จำนวน 500 กล่อง และน้ำดื่ม ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
เวลา 20.30 น.คืนที่ผ่านมา เทศบาลเมืองน่าน ยก BIGBAG ป้องกันน้ำท่วมออก เพื่อเปิดช่องทางการจราจรสะพานนครน่านพัฒนา ภายหลังประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยของประชาชน และน้ำในแม่น้ำน่านเริ่มลดระดับลง ทำให้รถทุกชนิดสัญจรได้ตามปกติ
ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) คืนที่ผ่านมา ระดมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เข้าตรวจสอบและซ่อมแซมระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งกู้คืนระบบไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดน่าน หลังจากมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 50,000 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจ่ายไฟคืนแล้ว 46,407 ราย ยังเหลือผู้ได้รับผลกระทบ 4,023 ราย
เมื่อช่วง 22.00 น. ที่ผ่านมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีการประชุมภาพรวมสถานการณ์อุทกภัย พร้อมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน
ซึ่งภาพรวมล่าสุด อำเภอปัว และอำเภอท่าวังผา ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์เข้าสู่ระยะฟื้นฟู
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง คือมวลน้ำที่กำลังไหลลงสู่อำเภอเวียงสา และพื้นที่ลุ่มต่ำ
ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ที่อำเภอเวียงสา ทีมข่าว 7HD ลงพื้นที่ พบชาวบ้านยังไม่ไว้วางใจ เนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้ว 80 หลังคาเรือน
โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า มวลน้ำจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่รุนแรงมาก เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีน้ำจากพื้นที่อื่นไหลมาสมทบ
ขอบคุณภาพจาก : Facebook Paweena Kansri, Jass Patiwad