รพ.ลี้ แจงปมสาวท้องแก่เสียชีวิตพร้อมลูกขณะคลอด

รพ.ลี้ แจงปมสาวท้องแก่เสียชีวิตพร้อมลูกขณะคลอด

View icon 62
วันที่ 21 ส.ค. 2569 | 10.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รพ.ลี้ ออกแถลงการณ์ชี้แจงปมสาวท้องแก่เสียชีวิตพร้อมลูกขณะคลอด สาเหตุจาก “ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด” เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มีอัตราการเสียชีวิตสูงแม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ความคืบหน้ากรณีสาวท้องแก่เสียชีวิตพร้อมลูกขณะคลอด วานนี้ (20 ส.ค.69) โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ได้ออกหนังสือแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยลำดับการักษาดังนี้

ผู้เสียชีวิตอายุ 32 ปี เป็นครรภ์ที่ 2 มีประวัติการฝากครรภ์สม่ำเสมอรวม 15 ครั้ง จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำและสุขภาพแข็งแรงดีตามระบบฝากครรภ์ปกติ มีกำหนดคลอดในวันที่ 17 ส.ค.69 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดคลอด (อายุครรภ์ 40 สัปดาห์ 1 วัน) แพทย์รับตัวไว้ในโรงพยาบาลและเข้าสู่กระบวนการเบ่งคลอดตามธรรมชาติในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. สูติแพทย์ประเมินให้นอนโรงพยาบาลเพื่อคลอดบุตร เวลา 1.30 น. ประเมินอาการแรกรับที่ห้องลอด มดลูกบีบรัดตัว 7 นาทีต่อครั้ง ไม่สม่ำเสมอ อัดราการเต้นของหัวใจเด็ก 142 ครั้งต่อนาที

ตรวจภายใน พบปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร เนื่องจากเริ่มมีปากมดลูกเปิด แต่มดลูกบีบรัดตัวไม่สม่ำเสมอ สูติแพทย์ประเมินไม่พบความเสี่ยงภาวะศีรษะทารกไม่สมดุลกับอุ้มอุ้งเชิงกราน สามารถคคลลดธรรมชาติทางช่องคลลลอดได้เอง และพิจารณาให้ยาส่งเสริมการคลอด โดยมีการติดตามการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ การบีบรัดตัวของมดลูก และสัญญาณชีพของมารดา ตามมาตรฐามการดูแลหญิงตั้งครรภ์ในห้องคลอด

ต่อมาหลังเบ่งคลอด 30 นาที พบว่า ไม่มีความก้าวหน้าของการคลอด และหัวใจทารกเริ่มเต้นช้าลง สูติแพทย์พิจารณาผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที ระหว่างเตรียมผู้ป่วยไปท้องผ่าตัด ผู้ป่วยเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก กระสับกระส่าย หาย หายใจเหนื่อย แต่รู้สึกตัวดี ยังถามตอบรเรื่อง สัญญาณชีพ ระดับความตันโลหิลหิต และระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สูติแพทย์ประเมินว่าเป็นภาวะฉุกเฉินของมารดาในระยะคลอด พิจารณาให้ออกซิเจนและสารน้ำทางหลอดเลือดดำเพิ่มเติม โดยมารดาเข้าถึงห้องห้องผ่าตัดภายในเวลา 30 นาที เป็นไปตามมาตรฐานภายใต้การดูแลของสูติแพทย์ และวิสัญญีแพทย์

จากนั้นระดับความรู้สึกตัวมารดารดาลดลง ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง จึงพิจารณาใส่ช่วยเครื่องช่วยหายใจทันทีโดยวิสัญญีแพทย์ ให้สารน้ำ จากนั้นระดับออกซิเจนในเลือดและระดับความตันโลหิตกลับมาปกติ เริ่มผ่าตัดคลอด เวลา 23.13 น. ทารกคลอดเวลา 22.16 น. ระหว่างผ่าตัด พบว่า มารดามีมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์และพยาบาล ช่วยพื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง มีการให้ยาและสารน้ำเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีพ และยังตรวจพบภาวะมดลูกไม่หดรัดตัว

ทีมแพทย์ผ่าตัดนำทารกออกได้ในเวลา 23.16 น. แต่ทารกมีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการกู้ชีพ ในส่วนของมารดาเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์ได้ให้การช่วยชีวิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลลำพูนและโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แต่มารดาเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุการณ์ ผู้เกี่ยวข้องได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้ป่วยทันที พร้อมทั้งรายงานต่อหัวหน้าหอผู้ป่วย ผู้บริหารทางการพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตามลำดับ

6a87c69e820597.08554772.jpg

ทีมแพทย์นิติเวชและพยาธิแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ให้ความเห็นเบื้องต้นว่าสาเหตุการเสียชีวิตของมารดาเกิดจาก “ภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด” (Amniotic Fluid Embolism) ภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการคลอดธรรมชาติและการผ่าตัดคลอด แต่พบได้น้อยมากในอัตราประมาณ 1 ใน 80,000 ของการคลอดทั้งหมด ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันได้ล่วงหน้า และมีอัตราการเสียชีวิตสูงแม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง