มะเร็งตรวจพบเร็วรักษาหายได้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ พลิกโฉมพื้นที่รอบสถานี รฟม. รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตั้งคลินิกคัดกรองมะเร็งเชิงรุก ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้สะดวกด้วยขนส่งมวลชนสาธารณะ รองรับได้ 60,000 คน/ปี เปลี่ยนวิธีคิด จากที่รอให้ป่วยแล้วจึงมารักษา ไปสู่การป้องกัน-ค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่าง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับ กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการให้ รฟม. ดำเนินการให้เช่าหรือให้สิทธิใด ๆ ในอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 56 แห่ง ซึ่งรวมถึงพื้นที่อาคารอเนกประสงค์และพื้นที่โดยรอบ สถานี รฟม. ส่งผลให้ รฟม. และ กรมการแพทย์ สามารถเดินหน้า “โครงการพัฒนาการให้บริการรถไฟฟ้าด้านสาธารณสุข” เป้าหมาย คือการส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยจุดเด่นของโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของ รฟม. ที่ให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ด้าน รมว.สธ. กล่าวว่า ปัจจุบัน โรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย สธ. ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะ “การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรก” เพราะการตรวจพบโรคได้เร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและครอบครัว
อย่างไรก็ดี การดำเนินงานที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดสำคัญในด้านการเข้าถึงบริการ เนื่องจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ บนถนนพระราม 6 มีพื้นที่ให้บริการและพื้นที่จอดรถค่อนข้างจำกัด สธ. จึงมีนโยบายกระจายและขยายบริการออกสู่ภายนอก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งขึ้น
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้รับความอนุเคราะห์จาก รฟม. ให้เช่าอาคารอเนกประสงค์ สถานี รฟม. เพื่อปรับปรุงเป็นคลินิกตรวจค้นหาและคัดกรองความเสี่ยงด้านโรคมะเร็ง พร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อาทิ เครื่องเอกซเรย์ เต้านมระบบดิจิทัลพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เครื่องเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan รวมถึงบริการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและแม่นยำ สามารถรองรับผู้รับบริการได้มากถึง 60,000 คนต่อปี
นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแลโรคมะเร็ง จากการรอให้ประชาชนป่วยแล้วจึงมารักษา ไปสู่การป้องกันและค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การนำบริการสุขภาพมาอยู่ในพื้นที่ MRT สถานี รฟม. บนถนนพระราม 9 จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน