ข่าวภาคค่ำ - จังหวัดน่าน พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 3 จากอุทกภัยในพื้นที่ ขณะที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และเทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ปักธงแดง แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น
เทศบาลเมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ "ปักธงแดง" หลังระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักพุ่งสูงเกิน 7 เมตร แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้เร่งยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถและทรัพย์สินสำคัญ พร้อมระวังไฟฟ้ารั่วและดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่เสี่ยงแล้ว
ส่วนที่ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ชลประทาน "ปักธงแดง" แจ้งเตือนภัย หลังระดับน้ำในแม่น้ำวังทองเพิ่มสูงจนใกล้ล้นตลิ่ง ซึ่งทางอำเภอได้เตรียมเครื่องสูบน้ำและกระสอบทราย พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในชุมชน โดยเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน
ส่วนที่จังหวัดสุโขทัย น้ำป่าไหลหลากเมื่อวานนี้ได้ลดลงแล้ว ดูจากปริมาณฝนตกสะสมในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่าต่ำกว่า 200 มิลลิเมตร อีกทั้งระดับน้ำในแม่น้ำยมยังห่างตลิ่ง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังกลุ่มฝนในพื้นที่
ส่วนที่จังหวัดน่าน สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่คลี่คลายแล้ว โดยเฉพาะที่อำเภอปัว ชาวบ้านเริ่มเก็บกวาดและฉีดล้างคราบโคลน แต่ยังเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนในพื้นที่
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ไปยังอำเภอปัวเพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชน โดยระบุว่า หลังน้ำลดลง การช่วยเหลือต้องเดินหน้าต่อทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลง จึงต้องระดมกำลังคน และเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
หลังจากนี้ต้องเร่งฟื้นฟูทุกด้าน เพราะต้องการให้ประชาชนกลับเข้าบ้านพักและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด
และวันนี้ (21 ส.ค.) มูลนิธิเพชรเกษม พบผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 3 ใน อำเภอท่าวังผา เป็นชายอายุประมาณ 40-50 ปี จึงส่งร่างไปชันสูตร ตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล และติดตามหาญาติต่อไป
ส่วนที่ อำเภอเมืองน่าน มีรายงานว่า บางจุดน้ำลดลงแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่วางใจ กังวลว่าหากมีฝนตกลงมาซ้ำ จะเติมน้ำในพื้นที่ให้ท่วมอีก หลายครอบครัวจึงยังไม่ขนของลงจากที่สูง
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บอกว่า ได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เตรียมใช้งบประมาณของจังหวัดเยียวยาสูงสุด 88,600 บาทต่อครัวเรือน ขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลังว่าเสียหายมากน้อยเพียงใด
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน
นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า หลังระดับน้ำลดลง การช่วยเหลือต้องเดินหน้าต่อทันที เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลง จึงต้องระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว หลังจากนี้ต้องเร่งฟื้นฟูทุกด้าน เพราะต้องการให้ประชาชนกลับเข้าบ้านพัก และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บอกว่า ได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เตรียมใช้งบประมาณของจังหวัด เยียวยาสูงสุด 88,600 บาทต่อครัวเรือน ขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลังว่าเสียหายมากน้อยเพียงใด
ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกหนังสือด่วนที่สุด
สั่งผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในทุกมิติ เพื่อให้การรักษาชีวิตและทรัพย์สินประชาชนมีความปลอดภัยขั้นสูงสุด
พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา และช่วยเหลือประชาชนอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย