อุทยานฯ สั่งปิด น้ำตกห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่

View icon 14
วันที่ 22 ส.ค. 2569 | 05.09 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ที่ จังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดน้ำตก "ห้วยตึงเฒ่า" ชั่วคราว หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก

อุทยานฯ สั่งปิด น้ำตกห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ประกาศสั่งปิดให้บริการท่องเที่ยวบริเวณ น้ำตกห้วยตึงเฒ่า ชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงขอประกาศห้ามนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางเข้าพื้นที่เขตอุทยานฯ น้ำตกห้วยตึงเฒ่า และพื้นที่ป่าโดยรอบ จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

ประชาชนกระทบหนัก กว่า 2 หมื่นคน จ.แม่ฮ่องสอน
ที่ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ช่วงวันที่ 20-21 สิงหาคม เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสียหายต่อชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร เบื้องต้น ได้รับความเสียหายจำนวน 6 ตำบล 53 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน รวม 23,050 คน 

ประกอบด้วย พื้นที่ตำบลแม่เหาะ มีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 คน ตำบลแม่สะเรียง ตำบลป่าแป๋ ตำบลบ้านกาศ และอยู่ระหว่างการสำรวจประเมินความเสียหายเพิ่มเติม

ที่ จังหวัดลำปาง เกิดอุบัติเหตุรถกู้ภัยเสียหลักพุ่งตกเหว ความลึกประมาณ 4 เมตร บริเวณก่อนถึงสำนักสงฆ์ปางมะโอ ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ประมาณ 200 เมตร บนถนนสายลำปาง-แพร่ เส้นทางมุ่งหน้าจังหวัดแพร่

จุดเกิดเหตุเป็นช่วงทางขึ้นลงเขาและมีฝนตก ทำให้พื้นผิวถนนลื่น กู้ภัยได้รับบาดเจ็บ 2 คน อาสากู้ภัยเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแม่ทะ ล่าสุด ทั้ง 2 คน อาการปลอดภัยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำรถกู้ภัยขึ้นจากเหว

รถกู้ภัยคันดังกล่าวเดินทางออกจากจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปจังหวัดน่าน เพื่อร่วมภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม

ฝากเตือน ถนนจุดนี้มักเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากสภาพถนนลื่นและเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขา ขอให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วและใช้ความระมัดระวัง

ที่ จังหวัดแพร่ เสี่ยงน้ำป่า-ดินไหล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในลำน้ำยมอย่างใกล้ชิด แม้ระดับน้ำในพื้นที่ปัจจุบันยังไม่เพิ่มสูงถึงขั้นวิกฤต แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำ มีลำน้ำยมไหลผ่านตัดผ่านตัวเมือง จึงต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะมวลน้ำจากพื้นที่จังหวัดพะเยาที่กำลังไหลลงมาตามลำน้ำยม

โดยพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ​บ้านแม่แปง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น ​บ้านหาดรั่ว ​อบต.วังชิ้น ตำบลวังชิ้น อำเภอวังชิ้น บ้านห้วยฮ่อมพัฒนา ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง ​สะพานน้ำแม่สิน ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น

แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยริมแม่น้ำยม พื้นที่ราบเชิงเขา และจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ให้ติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

ระดับน้ำลด เร่งทำความสะอาด จ.น่าน
ที่ จังหวัดน่าน สถานการณ์น้ำป่าหลากในพื้นที่อำเภอปัว แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ชาวบ้านยังต้องเผชิญกับความเสียหาย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ถูกน้ำป่าและดินโคลนไหลเข้าท่วม ข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก  

หลังระดับน้ำลดลง เจ้าหน้าที่และทหารได้เข้าพื้นที่ช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของ ล้างทำความสะอาดบ้าน และเก็บกวาดดินโคลน เศษไม้ และซากวัสดุที่มากับกระแสน้ำ โดยนำเครื่องจักรกลเข้าช่วยเปิดเส้นทางและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

สถานการณ์โดยรวมของจังหวัดน่านมีพื้นที่ประสบภัยรวม 7 อำเภอ 34 ตำบล 218 หมู่บ้าน รวมกว่า 13,105 ครัวเรือน สถานศึกษาได้รับความเสียหาย 53 แห่ง วัด 32 แห่ง

ขณะที่พื้นที่อำเภออื่น ๆ ได้แก่ ท่าวังผา ภูเพียง สันติสุข นาหมื่น เวียงสา และเมืองน่าน ยังคงเร่งฟื้นฟูเช่นกัน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน อำเภอปัว 1 คน และพบร่างที่อำเภอท่าวังผา 2 คน

ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้ (21 ส.ค.) มีชายอายุ 58 ปี สูญหายพร้อมเรือ บริเวณแม่น้ำน่าน บ้านป่าคา ตำบลนาเหลือง อำเภอเวียงสา

เจ้าหน้าที่จึงเร่งระดมกำลังและอุปกรณ์โดรนจับความร้อนเข้าพื้นที่เพื่อค้นหาผู้สูญหาย และทีมตอบโต้ภัยพิบัติเร่งค้นหาตามลำน้ำน่าน จนพบเจอร่างเมื่อเวลา 19.30 น.

โดรนอาสา ส่งสิ่งของช่วยน้ำท่วมน่าน
ที่ จังหวัดนครราชสีมา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบหมายเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน

นำอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนลำเลียงสิ่งของขนาดบรรทุกประมาณ 25 กิโลกรัม ขนอาหาร 500 ชุด น้ำดื่มขวดใหญ่ 300 ขวด เทียนขนาดใหญ่ ยารักษาโรค และผงซักฟอก เพื่อนำไปส่งให้ชุมชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ทางภาคพื้นดิน

ครอบคลุมตำบลศิลาแลง และ ตำบลวรนคร อำเภอปัว หลังสะพานฝายจ้าว ซึ่งเป็นสะพานข้ามลำน้ำขว้างในพื้นที่ตำบลวรนคร ได้รับความเสียหายจากมวลน้ำที่ไหลหลากเข้าถล่มพื้นที่ ส่งผลให้เส้นทางสัญจรได้รับความเสียหาย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง