สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ขยายผลดำเนินคดีเครือข่าย "พ่อทิพย์" อีก 4 คน หลังพบเกี่ยวพันกับ 2 ครอบครัว ใช้ชื่อคนไทยเป็นพ่อเด็ก สวมสิทธิทะเบียนราษฎร ออกเอกสารราชการเท็จ
คดีนี้ เริ่มจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 ไปเจอพฤติกรรมน่าสงสัยของหญิงชาวจีน อายุ 39 ปี ที่มายื่นเอกสารขออยู่ในไทย อ้างว่า ต้องการอุปการะบุตรสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่จึงขอนำ DNA ระหว่างพ่อ แม่ และเด็ก ไปตรวจสอบ ผลปรากฎว่าเด็กไม่ใช่ลูกของคนไทย แต่เป็นลูกของชายชาวจีน
ส่วนชายไทยที่มีชื่อเป็นพ่อของเด็ก ยังไปมีชื่อซ้ำเป็นพ่อของเด็กที่เกิดจากหญิงชาวจีนอีกคน ที่กำลังจะขอเดินทางออกนอกประเทศด้วย
เจ้าหน้าท ี่จึงต้องเชิญตัวผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหมด 4 คน มาสอบสวน และดำเนินคดี ฐานแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน แจ้งให้จดข้อความเท็จในเอกสารราชการ ใช้เอกสารราชการอันเกิดจากการแจ้งเท็จ และร่วมกันทำให้มีการแจ้งเกิดโดยมิชอบ
สำหรับขบวนการ "พ่อทิพย์" เป็นคดีที่เพิ่งเปิดปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
พฤติการณ์จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ลักษณะแรก อาศัยความช่วยเหลือจากคนไทยที่รู้จักกันให้ช่วยรับรองเป็นพ่อเด็ก เพื่อช่วยให้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
แบบที่ 2 จะมีนายหน้าเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ชักชวนคนมาซื้อแพ็กเกจทำคลอด จากนั้นจะเป็นธุระจัดการเรื่องการออกเอกสารใบสูจิบัตรเท็จให้ โดยที่พ่อ และแม่ชาวจีน ไม่ต้องลำบากในการหาตัวแทนคนไทยมาเซ็นรับรองเป็นพ่อ หรือเป็นแม่ของเด็ก
แตกต่างกับกรณีของการนำชื่อไปเข้าอยู่อาศัยในแฟลตดินแดง ที่เพิ่งเป็นข่าวใหญ่เมื่อไม่กี่วันก่อน
กรณีดังกล่าว จะเป็นการว่าจ้างให้คนนำชื่อแรงงานต่างชาติไปเป็นผู้อาศัย เพื่อให้การรับรองว่า มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ในการออกเอกสาร "บัตรสีชมพู" ที่จะช่วยให้แรงงานเหล่านี้ รับสิทธิสวัสดิการคล้าย ๆ กับคนไทยได้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกสั่งให้ออกไปแล้ว 4 คน
ส่วนความคืบหน้าผลการตรวจสอบการออกเอกสาร "บัตรสีชมพู" ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร พบมีบ้าน 13 หลัง จาก 9 เขต ที่มีผู้ถือบัตรสีชมพู เข้าพักอาศัยเกิน 16 คนต่อหลัง
ขณะเดียวกัน ก็พบว่า สถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นหอพัก โรงงาน และบ้านเช่า ซึ่งข้อมูลนี้ จะส่งให้ชุดเฉพาะกิจตรวจสอบความมั่นคงทางทะเบียน เข้าตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง