อนุมัติวงเงิน 100 ล้านบาท ช่วยน้ำท่วมน่าน

View icon 24
วันที่ 23 ส.ค. 2569 | 12.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - รัฐบาลเดินหน้าเยียวยาน้ำท่วม จังหวัดน่าน "นายกฯ อนุทิน" ยืนยันเยียวยาเต็มที่ หากงบประมาณจังหวัดไม่เพียงพอ มีงบจากสำนักนายกรัฐมนตรีสำรองอยู่ 

ขณะที่กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน อุทกภัย เพิ่มเติม 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมบ้านเรือน

นอกจากนี้ ยังอนุมัติการปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2569 กรณีอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดน่าน ได้แก่

ค่าใช้จ่ายในการอพยพประชาชนไปศูนย์พักพิงชั่วคราว ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว ค่าจ้างเหมาหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการดูแลทำความสะอาดพื้นที่และกำจัดสิ่งปฏิกูล 

รวมถึง ค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการทำความสะอาดบ้านเรือน พื้นที่สาธารณะให้กลับสู่สภาวะปกติ

สำหรับการเยียวยาประชาชน กระทรวงมหาดไทย สั่งลดขั้นตอน ประชาชนไม่ต้องถ่ายเอกสารบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เพื่อยื่นเจ้าหน้าที่ แต่ให้ไปแจ้งข้อมูลผู้นำชุมชน และกำนัน ได้เลย ซึ่งจะเป็นผู้รวบรวมส่งให้อำเภอดำเนินการต่อไป

"นายกฯ อนุทิน" ลงพื้นที่น้ำท่วม จังหวัดน่าน รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ สั่งเร่งช่วยเหลือหลังน้ำลดและฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด

ทันทีที่ "นายกฯ อนุทิน" ถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ ที่บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เข้ารายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้นายกฯ รับทราบทันที จากนั้น เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดน่าน

ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงรับฟังปัญหาและความต้องการในพื้นที่ โดย "นายกฯ อนุทิน" ได้สั่งการให้จังหวัดบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนรับมือกับสถานการณ์น้ำ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประสานกรมชลประทานจังหวัด เพื่อจะได้รู้ปริมาณและทิศทางน้ำ และให้รีบแจ้งเตือนประชาชนทันที

นอกจากนี้ ให้จัดเตรียมกําลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้ปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อม และจัดทำแผนการฟื้นฟูเยีวยาให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด

โดยหลังจากนี้ นายกฯ อนุทิน จะไปที่บ้านร้อง อำเภอปัว ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักในช่วงต้นของเหตุการณ์ ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง