เบรกทัน เสี้ยววินาทีลูกหล่นออกจากรถ จยย.

แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - เหตุการณ์นี้นำเสนอเพื่อเป็นอุธาหรณ์สำหรับ คุณแม่ที่พาลูกน้อยขี่รถจักรยานยนต์แต่ไม่มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้เด็ก แถมเด็กยังลงไปนั่งตรงที่พักเท้า ขี่มาตามทาง จู่ ๆ ลูกหล่นไปให้รถเก๋งทับ

นาทีชีวิตเด็กน้อยนั่งรถจักรยานยนต์มากับคุณแม่ แต่สังเกตดี ๆ เด็กนั่งบริเวณที่พักเท้า แบบไม่สวมหมวกนิรภัย จู่ ๆ ขณะขี่ผ่านรถเก๋งลูกน้อยร่วงไปที่พื้นถนน ต่อหน้ารถเก๋งที่ขับมาในระยะกระชั้นชิด เคราะห์ดีว่าคู่กรณีเบรกทัน เด็กจึงได้รับบาดเจ็บที่ท่อนแขนซ้าย ทำให้ผู้เป็นพ่อโมโหขาดสติวิ่งเข้าไปตบหน้าคนขับรถเก๋งแบบไม่ทันตั้งตัว 1 ครั้ง คู่กรณีซึ่งอยู่ในอาการตกใจเช่นกันจึงไม่ตอบโต้ เหตุเกิดซอยอ่อนนุช 17 แยกที่ 22 เวลา 18.00 น. วันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายไปพูดคุยกันที่โรงพัก สน.คลองตัน เมื่อแม่เด็กเห็นภาพวงจรปิดจึงทราบว่าตนเองทำลูกหล่นจากรถจักรยานยนต์ ส่วนกรณีที่พ่อเด็กพุ่งไปตบหน้า คนขับรถเก๋งไม่ติดใจเอาความ แต่ได้เตือนไปว่า หากเกิดอุบัติเหตุขอให้ใช้สติพูดคุยกันก่อน 

ด้าน พ่อและแม่ของเด็กที่บาดเจ็บ บอกว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปบ้านญาติเพื่อเอานมมาให้ลูกชาย ยืนยันว่าขี่มาตามปกติ แต่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุเฉี่ยวชนก่อนหรือเปล่า ทำให้ลูกตกลงพื้นถนน 

หลังการเจรจาทั้งสองฝ่ายลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน คดีนี้จึงเกิดคำถามว่า หากเด็กเสียชีวิตใครผิด คุณดารินทิพย์ สอบถาม นายพีรภัทร ฝอยทอง โฆษกสภาทนายความ ให้ความเห็นว่า หากรถทั้งสองคนไม่ได้ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องดูเรื่องช่องทางเดินรถ เพราะ 1 ช่องทางอนุญาตให้รถวิ่งได้ 1 คัน การที่รถจักรยานยนต์ขี่ลักษณะเลาะเส้นทางซ้าย-ขวา ถือว่ามีความประมาทเกิดขึ้นแล้ว

ส่วนในประเด็นที่ว่าหากเด็กเสียชีวิตต้องใช้วิสัยทัศน์บุคคลทั่วไป และความเร็วรถมาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ทำให้เสียชีวิตต้องมีความผิดเสมอไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง