“อภิสิทธิ์” กางไทม์ไลน์หลังเปิดประชุมสภา ยัน ปชป.ร่วมฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาล อุบหมัดเด็ด ข้อมูลใหม่ แม้ล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่กดดันปรับปรุงการทำงาน
วันนี้ (23 ส.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมในการทำงานหลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะมีการยื่นกฎหมายสำคัญเข้าสู่ที่ประชุมสภา ทั้งเรื่องปาล์มน้ำมัน ไปจนถึงการเร่งรัดกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น ส่วนวันที่ 26 ส.ค. ก็พร้อมอภิปรายเรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะชี้ให้เห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยปัจจุบันมีการใช้เงินกู้ก้อนนี้ และทำให้หนี้สาธารณะเกือบชนเพดานแล้ว กำลังมาถึงทางตันในแง่ที่ว่าเงินที่จะนำมาช่วยเหลือประชาชนเหลือแค่งวดเดียว คือต้นเดือน ก.ย.นี้
แต่ปัญหาข้าวของแพง ราคาพลังงาน ซึ่งรัฐบาลเคยรับปากเกี่ยวกับการรื้อโครงสร้างต่างๆ แต่เอาเข้าจริงๆ พรรคประชาธิปัตย์จะชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลยังไม่ได้เอาจริงเท่าที่สามารถทำได้ หากใช้แนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอตั้งแต่ต้น ยึดมาตรการลดต้นทุนเป็นหลัก เราจะไม่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ นอกจากนี้ จะชี้ให้เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่พบว่า พยานผู้เชี่ยวชาญทุกคน เห็นไปในแนวทางเดียวกันกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านว่า สิ่งที่รัฐบาลทำไม่น่าเข้าเงื่อนไขตอบโจทย์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 27 ส.ค. จะมีการตั้งกระทู้ถาม หรืออาจจะร่วมกับฝ่ายค้านเสนอญัตติการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ส่วนวันที่ 28-29 ส.ค. จะประชุม 3 เรื่องใหญ่คือฮั้ว สว. ซึ่งจะร่วมกับพรรคฝ่ายค้านแสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา นอกจากนี้ จะเป็นการเข้าร่วมการแก้ไขเพิ่มเติมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะชี้ให้เห็นว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยมี สสร. แนวคิดของพรรคการเมืองยังมีความแตกต่าง หลากหลาย ขณะที่มีเรื่องเร่งด่วนจำเป็นต้องแก้ไขไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการได้มาของ สว. ซึ่งเห็นว่าไม่ควรมีการได้มาเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกต่อไป รวมถึงอำนาจของประธานสภาในการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตั้งกรรมการไต่สวนอิสระกรณีป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งเรื่องนี้จะเรียกร้องให้ประธานสภาอย่างน้อยสุดต้องเปิดเผยชื่อกรรมการกลั่นกรอง รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อไหร่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า อีกกิจกรรมที่ตนเป็นกรรมาธิการศาล และองค์กรอิสระ คือการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหลายคน ทั้งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ และนายวัส ติงสมิตร อดีตตุลาการ นายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. มาพูดถึงวิกฤติศรัทธาขององค์กรอิสระในภาพรวมว่าจะฟื้นศรัทธาและวางกลไกถ่วงดุลให้เกิดความเหมาะสมในอนาคตได้อย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะมีการหารือร่วมกันของแกนนำพรรคฝ่ายค้านช่วงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ว่า การดำเนินการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนั้นจะวางแนวทางและตารางเวลาอย่างไร เพราะหลังสภาเปิดจะมีการอภิปรายทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และจากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์จะเป็นการอภิปรายงบประมาณวาระ 2 และวาระ 3
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีการวางเรื่องไหนไว้เป็นพิศษ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สส.หลายคนทำข้อมูลอยู่ แต่ต้องไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนปูทางเรื่องการ ฮั้วสว. และการทุจริต พรรคประชาธิปัตย์ อยากเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ กล่าวว่า อย่าไปบอกว่าใครทำอะไรก่อน หลัง มากน้อยอย่างไร เพราะการตรวจสอบเป็นหน้าที่ของทุกคน ซึ่งเรื่องฮั้ว สว.ตนก็พูดไว้ตั้งแต่วันเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วว่า มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในสํานวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ตนคิดว่าข้อเท็จจริงที่พรรคประชาชนทยอยเปิดออกมาโดยลำดับ กับข้อมูลที่เรามีอยู่ก็สอดคล้องกันหมด ไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ว่าภารกิจเบื้องต้นขณะนี้ก็คือ เราต้องการจะให้ กกต. ส่งเรื่องนี้ไปสู่ศาล ซึ่งเราคิดว่าจะทำให้การตรวจสอบ หรือการทำหน้าที่ของ กกต. สามารถทำให้เราได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้มากที่สุด
“ถ้าเรานึกภาพว่าในอดีต กกต. เคยส่งกรณีที่ผู้สมัคร สว. 2 คนคุยไลน์กันแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกัน ไปให้ศาลพิจารณา ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าผิดแล้ว ดังนั้น ถามว่าสิ่งที่พวกเราเห็นข้อเท็จจริงเปิดเผยมาในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุผลอะไรที่ กกต. จะไม่ส่งเรื่องนี้ให้กับศาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า มีเรื่องใหม่ๆ ที่จะเป็นหมัดเด็ดเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ย้อนว่า “ถ้าบอกก็ไม่ใหม่สิ” ทั้งนี้เรายังไม่ทราบว่าการอภิปรายจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทุกคนทำการบ้านกันอยู่ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหม่หรือไม่ใหม่ไม่ทราบ แต่คงมีข้อมูลหลายอย่างที่ปัจจุบันยังไม่ได้ปรากฏในสาธารณชน
เมื่อถามต่อว่า นิด้าโพล ระบุว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ไม่นานเพราะปัญหาที่รุมเร้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บางโพลก็บอกรอด แต่อาจจะบอบช้ำหน่อย แต่เรื่องสำคัญคือเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และเราเห็นความล้มเหลวในการบริหาร การทุจริตคอร์รัปชัน ก็เป็นสิ่งที่สาธารณชนมีสิทธิที่จะรับรู้ อาจจะไม่สามารถส่งผลในแง่ของคะแนนเสียงในสภาฯ แต่มันเป็นหน้าที่สำคัญของเรา ที่จะเป็นตัวช่วยให้สังคมกดดันให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงาน ซึ่งเป็นไปตามที่ตนแถลงว่าเรื่องไหนที่รัฐบาลทำได้ดี ตนก็บอกว่าทำได้ดี แต่เรื่องไหนที่ทำได้ไม่ดี เราก็มีหน้าที่ทำให้เห็นมุมมอง และหวังว่ารัฐบาลอาจจะไปแก้ไขปรับปรุง เช่นเรื่อง Landbridge ในที่สุดก็นำไปสู่การตั้งกรรมการ แล้วสุดท้ายกรรมการก็มีความเห็นสอดคล้องกับภาคประชาชนและพรรคการเมืองทั้งหลายที่ได้นำเสนอว่า มันเป็นโครงการที่ไม่คุ้มทุน