สนามข่าว 7 สี - เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเรือขนอาวุธสงครามจากกัมพูชาเข้าไทย ด้านจังหวัดตราด กำลังตามหา "เกลือเป็นหนอน" หลังผู้ต้องหาซัดทอดว่า มีตำรวจไทยร่วมในขบวนการ
คดีนี้เป็นการขยายผลจากผู้ต้องหา 4 คน ขณะลักลอบนำเรือเร็วขนอาวุธสงคราม เข้าเทียบท่าที่อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ของกลางที่ยึดได้ ประกอบด้วย ปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก, กระสุนปืนขนาด 7.62 มม. จำนวน 23,640 นัด, กระสุนปืนขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด, แม็กกาซีน 102 ซอง, รถยนต์ 3 คัน, เรือเร็ว 1 ลำ และเทรลเลอร์ลากเรือ 1 คัน
ระหว่างที่ทั้ง 4 คน ถูกแยกตัวเค้นสอบ มี 1 ใน 4 อ้างถึงหัวหน้าเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ชื่อ นายจรัญ อายุ 71 ปี และนายอนุชิต อายุ 53 ปี ทั้ง 2 คน เป็นชาวเมืองตราด และไม่ใช่แค่การลักลอบขนอาวุธสงครามเท่านั้น แต่ยังเคยขนบุหรี่หนีภาษี แรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงลิงแสมอีกด้วย
เหตุที่รอดพ้นการจับกุม หรือเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ได้ทุกครั้ง เพราะมีตำรวจในพื้นที่จังหวัดตราด คอยอำนวยความสะดวก หรือแจ้งข่าวล่วงหน้า โดยมีคลิปเสียงการพูดคุยของกลุ่มผู้ต้องหา ที่หลุดจากคดีขนบุหรี่เถื่อน และค้าสัตว์ป่าสงวนที่ถูกจับก่อนหน้านี้
ย้อนกลับไปในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ (21 ส.ค.) โดยสนธิกำลังระหว่างตำรวจน้ำแหลมงอบ ตำรวจ สภ.แหลมงอบ ทัพเรือภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เฝ้าสังเกตการณ์และซุ่มรอจนเรือเร็วที่ขนอาวุธปืนสงคราม เข้าเทียบท่า จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่นายศักรินทร์ อายุ 56 ปี คนขับเรือ กระโดดหนีลงทะเลไปก่อน จับตัวมาได้ 1 คน ที่โดยสารมากับเรือ และอีก 3 คน ที่นำรถเข้ามาเทียบท่า เพื่อเตรียมขนย้ายอาวุธสงคราม ที่ผู้ต้องหาไปรับมาจากกลางทะเลที่ขนถ่ายมากับเรือกัมพูชา
ส่วนปลายทางจะไปส่งที่ไหน หรือให้ใครนั้น ทั้ง 4 คน ไม่มีใครรู้ เพราะระบบการลำเลียงจะมีการขนถ่ายกันเป็นทอด ๆ ซึ่งจากหลักฐานอื่น ๆ ที่พบ ได้แก่ แชตการสนทนาระหว่างคนไทยและกัมพูชา ตลอดรูปถ่ายที่มีกลุ่มชาวจีนจำนวนมาก ทำให้เชื่อได้ว่าทั้งหมดทำกันเป็นขบวนการค้าขายสิ่งผิดกฎหมายข้ามประเทศ