เฝ้าระวังสูงสุดเดือนกันยายน มวลน้ำไหลลง “ภาคกลาง”

เฝ้าระวังสูงสุดเดือนกันยายน มวลน้ำไหลลง “ภาคกลาง”

View icon 32
วันที่ 24 ส.ค. 2569 | 07.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ติดตามใกล้ชิด มวลน้ำไหลลง “ภาคกลาง” เฝ้าระวังสูงสุดเดือนกันยายน รัฐบาลคาดระบายน้ำไม่เกิน 1,200 ลบ.ม./วินาที ไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา ย้ำใช้ Risk Map รู้จุดเสี่ยงล่วงหน้า เตรียมรับน้ำท่วมและภัยแล้ง

วันนี้ (24 ส.ค.69) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่ภาคกลางมากขึ้น พร้อมบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งระบบ ตั้งแต่การติดตามน้ำเหนือ การควบคุมและระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไปจนถึงการเตรียมพร้อมของจังหวัดปลายน้ำ

สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 69 จากที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นประธานการประชุม และมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาฯ เข้าร่วมด้วย เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งระบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้มาก

ที่ประชุมรับทราบว่า สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดอยู่ในเดือน ก.ย. 2569 คาดว่าการระบายน้ำจะไม่เกินประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เทียบกับปีที่ผ่านมาที่สูงสุดประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอาจมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง แต่เบื้องต้นประเมินว่าจะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย หรือ Risk Map โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำ และกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปเป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าว่าจุดใดมีความเสี่ยง และต้องเตรียมการอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

ขณะเดียวกัน นอกจากเตรียมรับมือน้ำท่วมแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการรับมือภัยแล้งควบคู่กัน เนื่องจากปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ภาคกลางลดลงประมาณ 20 % และภาพรวมทั้งประเทศลดลงประมาณ 8 % จึงต้องวางแผนบริหารจัดการเก็บกักน้ำไว้ให้เพียงพอสำหรับการใช้งานในปีถัดไป

นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลและการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ภาคกลางยังคงบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ประมาท และได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุไว้ล่วงหน้าอย่างครบถ้วนเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง