ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ผู้ประกอบการหลายคน เริ่มมีการแสดงออก ไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนสังคมตั้งข้อสงสัย จะบานปลายกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว หรือไม่
ภาพเหตุการณ์ระหว่างที่คนทำทัวร์ท่องเที่ยวใน จังหวัดภูเก็ต แสดงความไม่พอใจ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่มายืนนินทา การใช้ธงชาติที่เป็นคู่กรณีต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ ที่เป็นลูกค้า ถูกพูดถึงในโซเชียลฯ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาถึงจุดนี้ได้
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ ผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง บอกว่า เหตุการณ์ตอนนั้นกำลังขายทัวร์ท่องเที่ยวให้ลูกค้าชาวอาหรับ ซึ่งเป็นลูกค้าที่ดี บอกจะแนะนำเพื่อน ๆ มาใช้บริการ ซึ่งก็มากันจริง ๆ จึงนำธงชาติที่ไม่ได้มีข้อความใด ๆ มาติดที่ร้าน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต้อนรับขับสู้ เหมือนเวลาที่ต้อนรับลูกค้าชาติอื่น ๆ แต่กลับมีเด็กซึ่งเป็นลูกของนักท่องเที่ยว เห็นธงชาติที่เป็นคู่ขัดแย้ง แล้วนำเรื่องนี้ไปบอกกับผู้ปกครองชาวอิสราเอล จึงเกิดเป็นปากเสียงกันขึ้นมา
อีกเหตุการณ์ เป็นภาพเจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทะเลาะกับลูกค้าชาวอิสราเอล ภายในร้านค้า พื้นที่บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ชนวนเหตุเกิดขึ้นหลังจากลูกค้าหญิงทั้ง 2 คน มาหาซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับโทรศัพท์มือถือ แล้วไปสังเกตเห็นธงชาติคู่ขัดแย้งที่ติดอยู่ตรงกระถางต้นไม้ ก็เกิดโวยวายไม่พอใจ จนเกิดเหตุการณ์เหมือนที่มีคลิปแชร์กันในโซเชียลฯ
จากการพูดคุยกับ นายกร เจ้าของร้าน ยืนยันว่า การแสดงออกของตัวเองอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ได้ไประรานคนอื่น และตัวเองก็แค่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง การมาละเมิดสิทธิ์ของคนอื่นคือเรื่องไม่ถูกต้อง ตนจึงต้องปกป้องสิทธิ์ของตนเอง
ส่วนอีกเหตุการณ์ที่เกิดความขัดแย้งกันบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เข้าไปเที่ยวคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ของสามี-ภรรยา ชาวฝรั่งเศสกับชาวไทย แล้วเกิดการโต้เถียงกัน จากนั้นเจ้าของร้าน ก็นำธงชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งของลูกค้ามาติดที่หน้าร้าน ทำให้เจ้าของร้านอาหารชาวอิสราเอล ที่อยู่บนเกาะสมุยเหมือนกัน เข้าไปเจรจา ขอให้ปลดธงชาตินี้ลงแต่ไม่ยอม
จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี แล้วต่อมาศาลฯ ก็มีคำพิพากษาสั่งปรับ เจ้าของร้านอาหารชาวอิสราเอล 5,000 บาท และให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี แต่เรื่องก็ไม่จบ เพราะมีอินฟลูเอนเซอร์ชาวอิสราเอลในฝรั่งเศส ออกมาตั้งค่าหัว เจ้าของร้านอาหารชาวฝรั่งเศส 500,000 บาท เรื่องก็ยิ่งขยายเป็นวงกว้าง
เมื่อช่วงเช้า ประธานกลุ่มสยามอาสาพา นางสาวจินดารัตน์ อายุ 35 ปี เจ้าของสมุยเอ็กโซติก ปาร์ค พร้อมสามีชาวฝรั่งเศส มาขอความช่วยเหลือกับตำรวจกองปราบฯ จากเรื่องที่เกิดขึ้น บอกว่า เหตุที่เกิดความขัดแย้ง เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่เคารพกฎกติกาของทางร้าน ไม่ชำระเงิน พยายามขอเงินคืน และมีพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ ขณะที่ทางร้านทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
และเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กลุ่มไทยไม่ทน พาผู้เสียหายไปยื่นหนังสือต่อ สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของตำรวจ สน.ลุมพินี เบื้องต้น แม้จะไม่มีตัวแทนจากสถานทูตฯ ลงมารับหนังสือ แต่ก็ได้มีการฝากส่งหนังสือไว้ให้พิจารณาตามขั้นตอน