สนามข่าว 7 สี - คืนที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้าย 4 คน ก่อเหตุวางเพลิงเผาร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน
ยกระดับคุมเข้มเหตุป่วนใต้ 3 วันติด
เวลา 20.00 น. คืนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.มายอ จำนวน 4 นาย นำรถยนต์หุ้มเกราะ ออกตรวจสอบพื้นที่บ้านตาแบ๊ะ หมู่ 3 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
ปรากฏว่าพบคนร้าย 4 คน กำลังเผาร้านสะดวกซื้อ จึงเกิดการยิงปะทะกันขึ้น จากนั้นกลุ่มคนร้ายล่าถอยหลบหนี ส่วนร้านสะดวกซื้อเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ร้านเสียหายทั้งหมด แต่ไม่มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ
ต่อมาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 สามารถควบคุมตัววัยรุ่นชายต้องสงสัยได้ 2 คน อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ขอยืนยันว่า ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน และยึดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ส่วนความคืบหน้ากรณี นายซอและ อายุ 21 ปี ชาวบ้านจะแนะ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส อ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่ยิงลงจากเฮลิคอปเตอร์บาดเจ็บ แต่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าปฏิบัติการคืนนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธทั้งทางอากาศ หรือภาคพื้นดิน
ประเด็นนี้ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ บอกว่า ทางกองทัพฯ น่าจะมีการตรวจสอบ หรือตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน แล้วค่อยออกมาแถลงปฏิเสธ ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุด คือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
นายกมลศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากสิ่งที่ผู้บาดเจ็บพูดเป็นเท็จ ก็ว่าไปตามกระบวนการทางกฏหมาย แต่หากสิ่งที่พูดเป็นเรื่องจริง ก็ต้องยอมรับความจริงแล้วมาคุยกัน อยากให้ทุกคนอย่าเพิ่งผลักอีกฝ่ายเป็นฝั่งตรงข้าม เพราะทุกคนอยากอยู่อย่างสงบ ดังนั้นจึงต้องช่วยกัน
ชาวบ้าน ชี้จุดเห็น ฮ.บิน ไม่ใช่คนร้าย
ส่วนจุดเกิดเหตุถนนเป็นทางโค้งขึ้นเขา สองข้างทางเป็นป่า และมีร่องรอยกระสุนบนถนน ประมาณ 10 จุด โดยเพื่อนของผู้บาดเจ็บ 3 คน ที่อยู่กับผู้บาดเจ็บในคืนเกิดเหตุ บอกว่า เห็นเฮลิคอปเตอร์บินจริง แล้วมีเสียงปืนดังตามมา ก่อนพบว่าเพื่อนถูกยิงบาดเจ็บ จากนั้นพวกตนพากันไปขอความช่วยเหลือ ที่ อบต.ช้างเผือก
ส่วนนายนูเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ฐานะตนเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นคนกลาง ได้ฟังข้อเท็จจริงจากลูกบ้าน ยืนยันว่า ผู้บาดเจ็บกับเพื่อน 3 คน ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ
ด้านเพจ thaiarmedforce.com ของนายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยีทางการทหาร โพสต์ข้อความระบุว่า "จากบาดแผลค่อนข้างชัดว่าเป็นกระสุนปืนพก ถ้ายิงจาก ฮ.จริง ฮ.ต้องบินใกล้มาก ลมพัดคนปลิวยืนยกมือยอมแพ้ไม่ได้แน่ แต่ถ้าอยู่ไกลจะยิงปืนพกถูกได้ต้องเป็น John Wick อย่างเดียว"
ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ลงเรือลาดตระเวนตลอดแนวแม่น้ำสุไหงโกลก ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำธรรมชาติติดกับประเทศมาเลเซีย ยาวกว่า 105 กิโลเมตร เพื่อประเมินจุดเสี่ยง ที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางการกระทำผิดกฎหมาย และการแฝงตัวหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เผยว่า ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย เช่น เนื้อกระบือนำเข้าหลายพันตัน ดังนั้น จังหวัดจึงมีมาตรการเด็ดขาด หากพบท่าข้ามใดกระทำผิดกฎหมายจะทำการ "ปิดทันทีและปิดถาวร"
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในการยกระดับความมั่นคงว่า ในการประชุม ครม.สัญจร ทางจังหวัดได้เสนอโครงการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณจากนายกรัฐมนตรี จำนวน 90 ล้านบาท ระยะทาง 12 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการในพื้นที่อำเภอแว้ง เป็นจุดแรก
สำหรับเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม เกิดขึ้นทั้งหมด 75 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 11 คน แบ่งเป็นชาย 6 คน หญิง 5 คน เกิดความเสียหายต่ออาคาร 17 แห่ง ยานพาหนะ 40 คัน เสาไฟฟ้า 32 ต้น เสาสัญญาณโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด 4 ตัว
ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดตั้ง "ศูนย์การสื่อสาร และการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้" เพื่อเป็นกลไกประสานงานระหว่าง ผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ พร้อมยืนยันว่า ภาครัฐจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
สั่ง 5 ผวจ.ยกระดับรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ขณะที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดในภาคใต้ คือ นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา, สงขลา และสตูล ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และคุมเข้มพื้นที่เสี่ยง หลังจากเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในหลายพื้นที่ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญ คือ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย และป้องกันเหตุการณ์ซ้ำอย่างเข้มงวด โดยให้ฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สนธิกำลังกับตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้บูรณาการงานด้านการข่าวอย่างรอบด้าน ฟื้นฟู และรักษาความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสื่อสาร ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และระบบกล้องวงจรปิด รวมถึงกำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง