สนามข่าว 7 สี - ผู้ประกอบการไทยหลายคน ไม่ทนกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ไม่เคารพสิทธิ์และวัฒนธรรมไทย ถึงขั้น "กลุ่มไทยไม่ทน" ต้องเป็นตัวแทนยื่นหนังสือถึงสถานทูตฯ
ผู้ประกอบการไทย ถูกคุกคาม จ.ภูเก็ต
ผู้ประกอบการทัวร์ท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต ไม่พอใจกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่มายืนนินทาที่นำธงชาติประเทศคู่ขัดแย้ง มาต้อนรับลูกทัวร์ จนถูกนำพูดในโซเชียลฯ เพราะไม่รู้ว่าต้นสายปลายเหตุคืออะไร
เท่าที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยวในพื้นที่ป่าตอง บอกว่า ขณะนั้น กำลังขายทัวร์ท่องเที่ยวให้ลูกค้าชาวอาหรับ ที่มีการแนะนำบอกต่อกันมา โดยนำธงชาติมาติดที่ร้าน เป็นการต้อนรับ และทางบริษัทฯ ก็ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกับลูกค้าชาติอื่น ๆ
เจ้าของร้านไม่ยอม โดนละเมิดสิทธิ์ จ.ภูเก็ต
อีกเหตุการณ์ เป็นคู่ระหว่างเจ้าของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ กับลูกค้าชาวอิสราเอล พื้นที่บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
ชนวนเหตุเกิดขึ้นหลังจากลูกค้า 2 คน มาหาซื้ออุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับโทรศัพท์มือถือ แล้วไปสังเกตเห็นธงชาติประเทศคู่ขัดแย้งที่ติดอยู่ตรงกระถางต้นไม้ ก็เกิดอาการโวยวายไม่พอใจ
เจ้าของร้านคาเฟ ก็โดนข่มขู่
ส่วนเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล เข้าไปเที่ยวคาเฟ่สัตว์เลี้ยงของสามี-ภรรยา ชาวฝรั่งเศสกับชาวไทย แล้วเกิดการโต้เถียงกัน
เจ้าของร้าน ไม่รู้คิดอะไร นำธงชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งของลูกค้ามาติดที่หน้าร้าน ทำเหตุการณ์บานปลาย
มีการแจ้งความดำเนินคดี จนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฯ และมีคำพิพากษาสั่งปรับชาวอิสราเอล 5,000 บาท และให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี แต่เรื่องก็ไม่จบ เพราะมีอินฟลูเอนเซอร์ชาวอิสราเอลในฝรั่งเศส ออกมาตั้งค่าหัว เจ้าของร้านอาหารชาวฝรั่งเศส 500,000 บาท
ประธานกลุ่มสยามอาสา จึงพาสามีชาวฝรั่งเศส และภรรยาชาวไทย มาขอความช่วยเหลือกับตำรวจกองปราบฯ เพราะจริง ๆ แล้ว จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่เคารพกฎกติกาของทางร้าน ไม่ชำระเงิน พยายามขอเงินคืน และมีพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ และมีท่าทีคุกคาม
"กลุ่มไทยไม่ทน" ยื่นหนังสือ
ขณะที่ "กลุ่มไทยไม่ทน" ไปยื่นหนังสือที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางกลุ่ม ที่มีข้อพิพาท ข่มขู่ ไม่เคารพวัฒนธรรมและกฎหมายไทย รวมถึงประเด็นการตรวจสอบธุรกิจนอมินีต่างชาติ แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตฯ ปฏิเสธการรับมอบโดยตรง และให้วางหนังสือไว้หน้าตึก