พ่อแม่ทิ้ง ยายเพิ่งเสียชีวิต 4 พี่น้อง อยู่ตามลำพัง หาหัวมันจิ้มน้ำตาลกินรายวัน ส่วนพี่คนโตอายุ 22 ปี ต้องหนีทหารมาดูแลน้อง ขณะที่ คนรองอายุ 19 ปี ต้องออกจาก รร.มารับจ้างฉีดสารเคมี เพื่อให้น้องคนเล็กอีก 2 คน ได้ไปโรงเรียน
เมื่อ 25 สิงหาคม 2569 คณะทำงานนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช เขต 9 เจ้าหน้าที่ อบต.ควนทอง อำเภอขนอม ฝ่ายท้องที่ ท้องถิ่น อพม., อสม. คณะครูโรงเรียนขนอมพิทยา และ พม. เข้าตรวจสอบภายในบ้านหลังหนึ่ง ท้องที่หมู่ 5 ตำบลควนทอง หลังจากพบเยาวชนซึ่งเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกัน 4 คน อยู่ในสภาพเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เนื่องจากไม่มีพ่อแม่ และยายได้เสียชีวิตไปได้ไม่นาน ทั้ง 4 คน ต้องเผชิญชีวิตตามลำพัง โดยพี่ชายคนโตอายุ 22 ปี เป็นทหารเกณฑ์ผลัด 3 เมื่อปี 68 ประจำการที่สัตหีบ ชลบุรี ได้ตัดสินใจหนีทหารมาอยู่กับน้องๆ
สืบเนื่องจากเด็กชายอายุ 7 ปี เดินไปขอน้ำตาลกับเพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ห่างออกไป เพื่อนบ้านได้ถามว่าเอาไปทำอะไร เด็กรายนี้บอกว่าไม่มีข้าวกินไปหาหัวมันมากินกับน้ำตาล แต่เดิมไม่เชื่อจึงเดินตามมาแล้วพบว่าชีวิตของทั้ง 4 คนอยู่ในสภาพแร้นแค้น ไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค ไม่มีอาหาร เด็กๆต้องไปหาหัวมันตามชายป่ามาประทังชีวิตจริงจึงรีบประสานขอความช่วยเหลือ ส่วนพ่อแม่นั้นได้ทิ้งไปนับปีแล้ว ยายที่เหลืออยู่เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน ส่วนบ้านที่อาศัยอยู่ อปท.ท้องที่ และชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างให้เมื่อปลายปีก่อนครั้งยายยังอยู่
โดยล่าสุดนั้นได้มีการนำข้าวสาร อาหารแห้งที่เด็กๆเหล่านี้สามารถใช้ในการดำรงชีวิตไว้ในเบื้องต้น ขณะเดียวกัน ทาง รพ.สต.ในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบสุขภาวะ พร้อมด้วยนักจิตวิทยา เพื่อประเมินสภาพจิตใจและเร่งการประสานความช่วยเหลือแล้ว ขณะที่พี่ชายอายุ 22 ปี อยู่ในสภาวะหนีทหารได้มีการประสานงาน เพื่อติดต่อไปยังหน่วยต้นสังกัด เพื่อหาทางแก้ไขช่วยเหลือต่อไปแล้ว
สำหรับครอบครัวนี้มีด้วยกัน 4 พี่น้อง คนโตอายุ 22 ปี ต้องหนีทหารมาอยู่ดูแลน้อง คนรองลงมาอายุ 19 ปี หยุดเรียนหนังสือแล้ว และออกมารับจ้างทั่วไปเช่นฉีดสารเคมีในสวนหาเงินมาเลี้ยงน้อง จนกระทั่งสุขภาพเริ่มมีปัญหา คนถัดมาอายุ 14 ปีกำลังเรียน ม.2 โรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งครูและผู้ปกครองของเพื่อนนักเรียนได้พยายามดูแลให้เรียนต่อไป เนื่องจากเด็กชายคนนี้กำลังจะหยุดเรียนจากที่ไม่มีเงินในการเรียน และน้องสุดท้องอายุ 7 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนในพื้นที่เช่นเดียวกัน