ประหารชีวิต แอมไซยาไนด์ คดีวางยาฆ่าล้างหนี้ ฟ้า-ดาริณี ครอบครัวผู้ตาย พอใจคำตัดสิน

ประหารชีวิต แอมไซยาไนด์ คดีวางยาฆ่าล้างหนี้ ฟ้า-ดาริณี ครอบครัวผู้ตาย พอใจคำตัดสิน

View icon 47
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 13.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลอาญา สั่งประหารชีวิต แอมไซยาไนด์ เป็นคดีที่ 2 กรณีวางยาฆ่า ฟ้า-ดาริณี ล้างหนี้ ชี้ ผลผ่าพิสูจน์บ่งชี้ผู้ตายได้รับสารไซยาไนด์ ขณะที่จำเลยอยู่กับผู้ตายช่วงใกล้ออกฤทธิ์ ด้าน ครอบครัวผู้ตาย พอใจคำตัดสิน เชื่อ แอม ไม่รู้สึกผิด

วันนี้ (25 ส.ค.69) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 1802/2568 ระหว่าง พนักงานอัยการโจทก์ ฟ้อง น.ส.สรารัตน์ หรือแอม ไซยาไนด์ จำเลย ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน และปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ปลอมปนใส่ลงไปในอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคบริโภคให้ น.ส.ดาริณี หรือฟ้า ผู้ตายดื่มหรือรับประทาน หรือเสพรับสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 น.ส.ดาริณีผู้ตายมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก ก่อนเรียกสามีที่อยู่บนชั้นสองของบ้าน แต่เมื่อลงมาพบว่าผู้ตายได้หมดสติอยู่บริเวณพื้นบ้าน จึงได้เรียกรถพยาบาล หลังจากผ่านไป 10 นาทีเมื่อรถมาถึง เจ้าหน้าที่ได้ทำการกู้ชีพโดยการปั๊มหัวใจและใช้เครื่องช็อตหัวใจไฟฟ้าเป็นเวลา 30 นาที จนถึง รพ.สามพราน ก่อนแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตแล้ว

จากนั้น รพ.สามพรานจึงได้นำร่างของผู้ตายส่งไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการชันสูตร โดยพยานแพทย์ระบุว่า จากการตรวจสอบร่างกายภายนอกไม่พบบาดแผล หลังจากผ่าพิสูจน์แล้วพบสิ่งผิดปกติในหัวใจห้องล่างซ้าย รอยหย่อมเลือดในปอด และไขมันในตับ ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายผิดปกติจากการขาดออกซิเจน ส่วนสาเหตุที่จะเกิดอาการในลักษณะนี้ อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ตายเอง ค่าเกลือแร่ในร่างกายที่เป็นด่าง หรือได้รับสารพิษ แต่การตรวจไซยาไนด์นั้นเป็นการตรวจเฉพาะ ไม่สามารถหาผลจากการตรวจทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนตรวจสอบประวัติการรักษาจาก รพ.สามพราน พบความเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดจากการได้รับสารพิษไซยาไนด์

ด้านสามีของผู้ตายเบิกความว่า จำเลยรู้จักกับผู้ตายตั้งแต่ปี 2557 และเห็นจำเลยมาที่บ้านหลายครั้ง โดยในวันเกิดเหตุผู้ตายไปตลาดกับจำเลย ไม่นานต่อมาผู้ตายได้กลับมาและบอกว่าไม่ค่อยสบายจนหมดสติไป สามีไม่สามารถติดต่อกับจำเลยได้ จึงโทรศัพท์หาพี่สาวของผู้ตาย และต่อมาพี่สาวได้โทรหาจำเลยผ่านโปรแกรมแช็ตของเฟซบุ๊ก จนพบว่าจำเลยได้ส่งข้อความผ่านไลน์หาผู้ตายในช่วงค่ำของวันที่ 12 ธ.ค. 63 ว่า ตอนเช้าวันที่ 13 ธ.ค. จะไปตลาดสามพรานและกินข้าวมันไก่

ศาลจึงเห็นว่า พยานที่เป็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านพิษมีการผ่าศพพิสูจน์และตรวจอย่างละเอียด และไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าเบิกความตามความจริง โดยแพทย์ผู้รับตัวที่ รพ.สามพรานและแพทย์ผู้ชันสูตรพบรายละเอียดผิดปกติหลายประการที่บ่งบอกว่าผู้ตายขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อหัวใจ ปอด และไขมันในตับ บ่งชี้ว่าผู้ตายได้รับสารไซยาไนด์ พยานทั้งหมดจึงเบิกความสอดคล้องกับสามีของผู้ตายที่บอกอาการ หลักฐานพยานของโจทก์จึงเชื่อได้ว่าผู้ตายได้รับสารพิษไซยาไนด์

จำเลยอยู่กับผู้ตายในช่วงเวลาใกล้ชิดกับระยะการออกฤทธิ์ของสารไซยาไนด์ หลังจากผู้ตายแยกจากจำเลยเลยกลับมาที่บ้านผู้ตายมีอาการชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก เป็นลมหมดสติ ซึ่งเป็นอาการของผู้ที่ได้รับสารพิษไซยาไนด์ จึงบ่งชี้ว่าจำเลยนำสารพิษไซยาไนด์เข้าสู่ร่างกายของผู้ตาย โดยอาจเจือปนในอาหารหรือเครื่องดื่ม

แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าไม่มีพยานพบเห็นจำเลยเจือปนสารพิษในอาหารและเครื่องดื่มของผู้ตาย แต่ศาลเห็นว่า ลักษณะการกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการเตรียมการและวางแผนไว้อย่างดี จึงไม่อาจให้บุคคลอื่นพบเห็นได้โดยง่าย

ส่วนสาเหตุที่จำเลยลงมือต่อผู้ตายนั้น เป็นเพราะจำเลยได้ยืมเงินของผู้ตายจำนวน 60,000 บาท แต่ไม่เคยคืน และชักชวนให้เล่นแชร์สามวง ซึ่งจะได้ปันผลรวมกันประมาณ 2 แสนบาท แต่ผู้ตายได้เสียชีวิตก่อน ต่อมาพบว่าจำเลยมีบัญชีหลายบัญชีที่พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์และมีหนี้สินหลายล้านบาท จึงเชื่อว่าต้องการฆ่าผู้ตายเพื่อล้างหนี้ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์   

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิด เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษบทหนักที่สุด ให้ลงโทษประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในห้องพิจารณา ระหว่างฟังคำพิพากษา แอมยืนฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีนาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด มาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย ส่วนญาติของผู้ตายหลังศาลตัดสินประหารชีวิตได้กอดกันและร้องไห้แสดงความดีใจ

น.ส.จิราภา พี่สาวของผู้ตาย ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคําพิพากษาว่า พอใจในคำตัดสิน ศาลท่านเมตตาพิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่ทำให้เชื่อว่า จำเลยที่เป็นคนฆ่า ที่ผ่านมาพวกเราสู้กันมาโดยตลอด ตามพยานหลักฐานที่พอจะมี เพราะคดีเกิดเมื่อปี 2563 และเรื่องก็มาแดงในคดีของน้องก้อย น.ส.ศิริพร ทางครอบครัวจึงสงสัยและหาหลักฐานเท่าที่มีอยู่  คือ แช็ตข้อความ และหลักฐานที่บ่งบอกว่า น้องสาวอยู่กับจำเลยเป็นคนสุดท้ายที่ตลาดสามพราน และยังมีผลจากแพทย์ที่บ่งบอกว่าน้องโดนสารพิษจากไซยาไนด์ วันนี้ได้เห็น แอม ในห้องพิจารณาคดี ตนรู้สึกว่า แอม ไม่ได้มีความสะถกสะท้าน ยังยิ้มแย้ม ไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทํา ยังหันมาหัวเราะกับทนายความ ตนมองว่าเขาไม่ปกติ อีกทั้ง แอมยังไม่หันมามองกลุ่มญาติของเหยื่อเลย

ทั้งนี้ น.ส.จิราภา ได้ให้กำลังใจกับญาติของเหยื่อที่ยังรอคำพิพากษาว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเขา ต้องได้รับกรรมในสิ่งที่เขาทํา และขอเป็นกําลังใจให้กับทุกครอบครัวที่เป็นเหยื่อ ตนขอบคุณผู้พิพากษาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ครอบครัวที่สู้มาด้วยกันที่ให้ความยุติธรรมกับน้องของตน ผลจะเป็นอย่างไรเขาต้องได้รับกรรมในสิ่งที่เขาได้ทำ ตนก็เป็นกำลังใจให้ จริง ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัวแอมจากทัณฑสถานหญิงกลางมาฟังคำพิพากษา โดยศาลอาญาพิพากษาคดีแอมมาแล้ว 7 คดี รวมคดีในวันนี้

สำหรับคดีแอมไซยาไนด์ มีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 3 คดี จากทั้งหมดที่อัยการได้ยื่นฟ้อง 15 คดี เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 14 คดี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น 1 คดี