สนามข่าว 7 สี - มีรายงานข่าวอ้างข้อมูล ปืนที่ใช้ยิงวัยรุ่นซึ่งเป็นชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ อ้างว่ามาจากเฮลิคอปเตอร์ และปืนที่ยิงก็อ้างอีกว่าเป็นปืน "M16 A2" อาวุธประจำกายทหารยศจ่า แต่ว่าล่าสุด ผอ.โรงพยาบาลนคราธิวาส ออกมาเผยผลการชันสูตรบาดแผล ยืนยันเป็น "มุมยิงเฉียงขึ้น 30 องศา"
จากเหตุการความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ 22 สิงหาคม มาจนถึงเหตุการณ์ที่ "นายซอและ" อายุ 21 ปี ชาว อำเภอจะแนะ ได้รับบาดเจ็บ แล้วยืนยันว่าถูกกระสุนยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งตอนกลางคืน ในพื้นที่ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ หลังแสดงตัวด้วยการยกมือเหนือศีรษะแล้ว
ก็มีสำนักข่าวที่อ้างแหล่งข่าวหน่วยงานความมั่นคงที่เชื่อถือได้ อ้างว่าที่ นายซอและ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เป็นปืน "M16 A2" อาวุธประจำกายทหารยศจ่า จากเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในภารกิจบินสนับสนุนทางอากาศในการลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อย หลังเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับคดีความมั่นคง อ้างต่อด้วยว่า การบินต่ำ ลักษณะการยิง และรอยบนถนน สอดคล้องกันทั้งหมด
เราสอบถามเรื่องนี้กับผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 คน คนหนึ่งก็คือ นายอนาลโย กอสกุล แอดมินเพจฯ ThaiArmedForce ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องทางการทหาร วิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่า
ครั้งแรกที่มีการเผยความเห็นจากแพทย์ มีการระบุว่า แผลกระสุนเข้าบริเวณสะดือ ทะลุสะโพก มุมเอียง 30 องศา รูกระสุนไม่ได้เกิดจากกระสุนที่มีอานุภาพร้ายแรงที่ยิงจากอาวุธสงคราม แต่ก็ไม่ได้สรุปว่า ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ หรือไม่
คาดว่าจะเกิดจาก กระสุนปืนพก ซึ่งถ้ายิงจากเฮลิคอปเตอร์ ในระยะหวังผล ต้องลงมาอยู่ที่ระดับ 40-50 เมตร ซึ่งก็จะเกิดแรงลม คนทั่วไปไม่น่าจะยืนอยู่ และจะต้องรอยกิ่งไม้หัก หรือถ้าเป็นกระสุนปืนสงครามจริง ก็ต้องมีตัวหุ้มหัวกระสุน ซึ่งก็จะขัดแย้งกับรอยบาดแผลอีก เพราะรอยแผลค่อนข้างกลม
ถ้าเป็นการยิงจากบนพื้นโดยคนอื่น คนนั้นจะต้องอยู่ห่างจากผู้บาดเจ็บไม่เกิน 5 เมตร ชูปืนขึ้นเหนือศีรษะแล้วยิงกดลงมา ถึงจะได้วิถีกระสุนแบบนั้น จึงมองความเป็นไปว่าน่าจะเกิดจากปืนลั่นใส่ตัวเองมากกว่า
สอบถามกับคนต่อมา แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านนิติเวชศาสตร์ ให้ข้อสังเกตว่า จริง ๆ เรื่องนี้ตรวจสอบไม่ยาก เพราะดูบาดแผล จะบอกได้ว่า เกิดจากกระสุนปืนจริง หรือไม่ อำนาจทำลายของกระสุนเป็นอย่างไร ถ้าเป็นกระสุนสงคราม ร่องรอยบาดแผลจะไม่ปกติ จะต้องมีการระเบิดเกิดขี้น และถ้าไปดูจุดเกิดเหตุก็ต้องเห็นรอยกระสุนตกอยู่ หรือร่องรอยการถูกยิงใส่พื้น ซึ่งตัวเองคงไม่ขอฟันธง ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ
ดีที่สุดก็ต้องฟังจากปากของ นายแพทย์พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาส ที่ออกใช้ประสบการณ์ในการวิเคราะห์ สภาพบาดแผลที่ได้เห็น ทิศทางความเป็นไปได้แบบไม่ฟันธง คุณหมอวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างไร ไปฟังเสียงกัน
สำหรับ นายซอและ แพทย์ยืนยันได้ทำการผ่าตัด และเย็บปิดแผลสำเร็จ ปัจจุบันพ้นขีดอันตรายแล้ว อยู่ระหว่างการฟื้นฟู และเฝ้าระวังการติดเชื้อ
ด้านพันตำรวจเอก วีระศักดิ์ เพอแสละ ผู้กำกับการ สภ.จะแนะ เปิดเผยว่า ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน M16 จากรถจักรยานยนต์ของเพื่อนนายซอและ และพบปลอกกระสุนปืน M16 อีก 3 ปลอก บนโคนต้นยางที่เนินเขา ห่างจากจุดที่นายซอและถูกยิง ประมาณ 10 ถึง 15 เมตร ส่วนร่องรอยกระสุนบนถนน แบ่งเป็น 2 จุด จุดแรก มี 3 รอย จุดที่ 2 มีเกือบ 10 รอย ซึ่งหลักฐานทั้งหมดทางตำรวจ สภ.จะแนะ ได้นำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานทั้งหมด รวมถึงเสื้อผ้าของนายซอและ เพื่อพิสูจน์เขม่าดินปืนตามหลักนิติวิทยาศาสตร์
ซึ่งผู้กำกับการ สภ.จะแนะยืนยัน คดีนี้ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน โดยทั้งหมดได้นำส่งพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงวิถีกระสุนที่มีข้อสงสัย
ขณะที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกเอกสารชี้แจงว่า "ในคืนเกิดเหตุ เกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วทั้ง จังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสจึงได้จัดอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ เพื่อสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น โดยไม่มีการนำอาวุธขึ้นไปบนอากาศยาน เพื่อปฏิบัติการยิงแต่อย่างใด"
และกำลังพลบนอากาศยานไม่มีนายทหารยศ "จ่า" ปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ บนอากาศยาน
ส่วนภาพร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฏในสื่อ เป็นภาพที่ถ่ายก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ การเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนการตรวจพิสูจน์ อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งเหยิง และกระทบต่อพยานหลักฐานในทางคดีได้