สนามข่าว 7 สี - "สารวัตรแจ๊ะ" แกะรอยแก๊งสแกมเมอร์ ก่อนบุกจับแบบเนียน ๆ ขณะคนร้ายกำลังกดเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม จนกลายเป็นไวรัล
วินาที สารวัตรแจ๊ะ ทำทีเป็นชาวบ้าน ใส่ชุดนอนเหมือนมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนเข้าจับตัวนายบุณยวัฒน์ แก๊งสแกมเมอร์ ขณะกำลังกดเงินสดหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนพระราม 2 ซอย 47 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ
ทันทีที่ผู้ต้องหาถูกจับ นางสาวลลิตา หรือ "อุ้ยอ้าย" อายุ 29 ปี ภรรยาของผู้ต้องหาที่นั่งรอในรถเก๋ง รีบข้ามมานั่งฝั่งคนขับ แล้วเหยียบคันเร่งฝ่าวงล้อมของตำรวจหลบหนี
แม้เกิดอุบัติเหตุขับชนรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน แต่เธอยังขับต่อ สุดท้ายไปจนมุมที่ปั๊มน้ำมัน ถนนพุทธบูชา เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
สุดท้ายภรรยาของผู้ต้องหา ถูกตำรวจจับกุม พร้อมของกลางเป็นไอซ์ 3 ถุง และอุปกรณ์เสพยาจำนวนหนึ่ง เธอรับสารภาพว่าที่ขับหนีตำรวจเพราะเสพยาเสพติด
หลังจับกุม ตำรวจพาตัวผู้ต้องหาไปขยายผลตรวจค้นที่บ้านพัก ซอยประชาอุทิศ 33 สามารถจับผู้ต้องหาตามหมายจับเพิ่มอีกคนหนึ่ง ชื่อนางสาวนาคตยา อายุ 28 ปี พร้อมของกลางคีตามีน และสลิปการฝาก ถอนเงิน จำนวนมาก
คดีนี้เริ่มจากมีผู้เสียหายสั่งซื้อสินค้าผ่าน TikTok แต่ไม่ได้รับสินค้า มาขอความช่วยเหลือ ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบว่าเป็นบัญชีปลอมที่หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินซื้อสินค้าเข้าบัญชีม้า โดยมอบให้เครือข่ายสแกมเมอร์ตระเวนถอนเงิน
เบื้องต้น นายบุณยวัฒน์ ยอมรับว่า ช่วงวิกฤติโควิด-19 ตนเองและแฟนสาวทำงานร่วมกับแก๊งสแกมเมอร์ จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เป็นเวลา 3 ปี กระทั่งเกิดความไม่สงบตามแนวชายแดน และแก๊งสแกมเมอร์ย้ายถิ่นฐาน จึงเดินทางกลับประเทศไทย มาเปิดร้านขายหมูปิ้ง แต่ไปไม่รอด จึงติดต่อไปขอรับงานจากคนไทยระดับบิ๊กบอสของแก๊งสแกมเมอร์อีกครั้ง จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ถอนเงิน ฝากเงิน ก่อนถูกตำรวจจับกุม
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายบุญยวัฒน์ และนางสาวนาคตยา ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองและเสพ
ส่วนนางสาวอุ้ยอ้าย ข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองและเสพ