เช้านี้ที่หมอชิต - ที่เชียงใหม่ เมื่อวานนี้มีการเปิดปฎิบัติการ สยบภัยไชยปราการ จับเจ้าหน้าที่รัฐและพวก ออกบัตรชมพูโดยมิชอบ
ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้าน ภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฎิบัติการ สยบภัยไชยปราการ เข้าจับกุมขบวนการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยมิชอบ ในเขตพื้นที่ อำเภอไชยปราการ จำนวน 5,044 คน มีการสวมบัตรทั้งชาวจีน และชาวเมียนมา
ซึ่งการจับกุมและกวาดล้างในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ศาลอนุมัติหมายจับ โดยคนแรกคือ นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ ปัจจุบันเป็นปลัดอําเภอแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งนายพงษ์ เป็นผู้อนุมัติทะเบียนให้กับคนต่างด้าว
จากนั้นเข้าจับกลุ่มที่ทำการเซ็นรับรองอีก 11 คน เป็น อดีตกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 8 คน และ เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จำนวน 3 คน ก่อนจะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวน
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้ไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งพฤติการณ์บุคคลเหล่านี้ ก็ไม่ต่างจากคดีสวมบัตรเลข 0 ก่อนหน้านี้ ที่จะมีการนำบุคคลต่างด้าว มาสวมสิทธิ นำชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ตามอำเภอแนวชายแดนของจังหวัดเชียงใหม่
โดยมีการให้เจ้าบ้านแจ้งเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน แล้วให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ในเครือข่ายเซ็นรับรอง จากนั้นปลัดอำเภอคนนี้จะเป็นคนเซ็นอนุมัติ ซึ่งมีการเรียกเก็บค่าหัวคิวตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท
การกระทำผิดนี้ถือได้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การแย่งชิงสิทธิ สวัสดิการของคนไทย แต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม
ทางอธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า การจับกุมครั้งนี้ขยายผลมาจากการทุจริตการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ บัตรเลข 0 ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว และอำเภอเวียงแหง หลังจากนี้กรมการปกครองจะขยายผลตรวจสอบในพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติม
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปฏิบัติการในพื้นที่อำเภอไชยปราการ เป็นการตรวจสอบและขยายผลข้อมูลย้อนหลัง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดได้หลายกลุ่ม รวมถึงชาวต่างด้าวที่สวมบัตร
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเตรียมบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหานี้