รวบทัน เด็กนักเรียนขู่ยิงครูใน รร. จ.กาฬสินธุ์

View icon 42
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 11.26 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - จากเหตุกราดยิง นำมาสู่การ "ข่มขู่จะกราดยิง" จนหลายโรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย เรื่องแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง หรือโกหกเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง มีโทษตามกฎหมายทั้งสิ้น

รวบทัน เด็กนักเรียนขู่ยิงครูใน รร. จ.กาฬสินธุ์
ภาพการใช้ปืนไทยประดิษฐ์ซ้อมยิง ที่นำไปโพสต์ลงโซเชียลฯ เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียวก็มีความผิดตามกฎหมายแน่ ๆ แล้วยังมีการขู่ว่าจะเข้าไปยิงครูในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ อีก ตำรวจก็เลยต้องไปพาตัวนักเรียนชาย อายุ 15 ปี ที่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ของโรงเรียนดังกล่าวมาพูดคุย ก่อนจะไปตามหาปืนที่ฝังในบ้านเพื่อนไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามทราบว่า เด็กซื้อมาจากเพื่อนที่รู้จักกันทางออนไลน์ กระบอกละ 3,000 บาท ส่วนการข่มขู่ ผอ.โรงเรียน บอกว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เคยมีการตักเตือนพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับปืน และทางโรงเรียนก็ได้เชิญผู้ปกครองมารับทราบ แนะนำให้เด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่จากนั้นก็ยังเห็นภาพการโพสต์ซ้อมยิงปืนอีก จึงติดต่อผู้ปกครองไปอีกที เพื่อจะขอไปเยี่ยมที่บ้าน คาดว่าทำให้เด็กไม่พอใจ เลยโพสต์ข่มขู่ จนโรงเรียนต้องเปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนทางออนไลน์ 2 วัน เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจให้กับผู้ปกครอง

ปิดคดีขู่ยิง รร. สรุปเพราะผลิตเสื้อไม่ทัน จ.ราชบุรี
ส่วนเรื่องที่ จังหวัดราชบุรี ที่มีคนส่งข้อความปริศนาขู่ว่าจะยิงในโรงเรียน อ้างไม่พอใจ ที่โรงเรียนจัดกิจกรรมกีฬาสีตรงกับช่วง "วันสารทจีน" ซึ่งก็คือวันนี้ จนทำให้ขาดรายได้จากการขายของ และพิธีไหว้สารทจีนของครอบครัว

สุดท้ายแล้ว ตำรวจตามจนเจอหญิงคนที่โพสต์ สรุปชนวนเหตุไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่อ้างเลย แต่เพราะตัวเองเป็นผู้ผลิตเสื้อกีฬาสีของโรงเรียน แล้วทำไม่ทัน เลยกุเรื่องขึ้นมา เพื่อให้โรงเรียนเลื่อนงานกีฬาสีออกไป เลยถูกตำรวจดำเนินคดีไป 2 ข้อหา คือความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ส่วนโรงเรียนก็จะพิจารณาเอาผิดทางแพ่ง

2 โรงเรียน แจ้งความเอาผิดคนปล่อยเฟกนิวส์ จ.เชียงราย
นอกจากนี้ยังมี ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ขู่ครูโรงเรียน 2 แห่ง ใน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ทางผู้บริหารได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเป็นการใช้ภาพ และข้อมูลของคนอื่น ไปสวมรอยโพสต์สร้างข่าวปลอม ซึ่งทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง เช่นในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่แม่สาย-เชียงราย เมื่อปี 2567 โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบทั้ง 2 แห่ง จึงได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เทิง พร้อมประสานตำรวจไซเบอร์ ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ตร.แกะรอยหาคนโพสต์ขู่กราดยิง
ส่วนเหตุความวุ่นวายล่าสุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวาน แม้จะยังจับมือใครดมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นนักเรียนปัจจุบัน หรืออดีตนักเรียนที่ออกไปแล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท ก็ได้หยุดทำการเรียนการสอนไป 2 คน พร้อมกับส่งตำรวจเข้าตรวจสอบยืนยันความปลอดภัยในโรงเรียน ตามค้นในห้องน้ำทุกห้อง จนมั่นใจว่าไม่มีปืนแอบซ่อน

จากการลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์เช้าวันนี้ แม้โรงเรียนจะหยุดการเรียนการสอน แต่ยังมีครูมาที่โรงเรียนตามปกติ ซึ่งก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับนักเรียนชายคนหนึ่ง ซึ่งก็ยอมรับว่ากังวลถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องการบุลลี่กันในโรงเรียน ยอมรับว่ามีอยู่จริง แต่ครูในโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งเฉย คอยให้ความช่วยเหลือ ไม่ปล่อยให้นักเรียนอยู่อย่างโดดเดี่ยวแต่อย่างใด

สอบถามไปยัง พันตำรวจเอก ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผู้กำกับการ สน.อุดมสุข บอกว่า ชุดสืบสวนกำลังเร่งหาเบาะแสเจ้าของบัญชีไลน์ ที่มีการส่งข้อความข่มขู่สร้างสถานการณ์ในโรงเรียนเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

สำหรับความผิดตอนนี้ จะมีเรื่อง "ข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัว" และหากระบุตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว ก็จะสอบปากคำ ขยายผลเรื่องเข้าข่าย "พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์" ต่อไปด้วย

เร่งอบรมหลักสูตร หนี ซ่อน สู้ ตามโรงเรียน
เรื่องการป้องกันและให้ความรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอด ตอนนี้หลาย ๆ โรงเรียนก็ได้เชิญตำรวจ ไปอบรมวิธีการ "หนี ซ่อน สู้" ซึ่งเห็นผลลัพธ์เรื่องความปลอดภัยกันมาแล้ว ส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือการแนะนำแอปฯ ชื่อว่า "BeBrave" ซึ่งเดิมมีไว้ให้ สุภาพสตรี และประชาชนในพื้นที่ สามารถแจ้งเหตุกับทางตำรวจได้โดยตรง ก็ปรับมาให้โรงเรียนในพื้นที่ย่านสามเสนได้ทดลองใช้ เพื่อให้ตำรวจสามารถเข้าให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง