ส่งความช่วยเหลือพื้นที่ถูกตัดขาด จ.น่าน

View icon 14
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 11.28 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - แม้เวลาจะผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ แต่หลายพื้นที่ของ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เส้นทางยังคงถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เจ้าหน้าที่ยังคงลำเลียงสิ่งของเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านจากทางอากาศ

เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน บ้านผาเวียง ตำบลภูคา อำเภอปัว ซึ่งอยู่บนดอยภูคา เป็นพื้นที่เข้าถึงได้ยาก และถูกน้ำป่าหลากลงมาตัดขาดเส้นทาง เป็น 1 ใน 14 หมู่บ้าน จาก 3 ตำบล คือ ตำบลภูคา, ตำบลศิลาแลง และ ตำบลวรนคร ที่ถูกน้ำป่าพัดสะพานขาดและดินสไลด์จนถูกตัดขาด แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปซ่อมแซมสะพานจนกลับมาได้ แต่เส้นทางยังกลับมาไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ บางจุดยังมีดินโคลนสะสม โครงสร้างทางบางช่วงยังเป็นทางเบี่ยงชั่วคราว การขับขี่ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังสูง

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้ายังนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 12 เครื่อง ลำเลียงทางเฮลิคอปเตอร์เข้าไปติดตั้ง เพื่อให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้ชั่วคราว ระหว่างรอการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าถาวร จากข้อมูลพบว่า ช่วงน้ำท่วมมีชาวบ้านได้รับผลกระทบ ระบบไฟฟ้าขัดข้องกว่า 50,000 หลัง สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับคืนได้เกือบทั้งหมด เหลือประมาณ 200 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงและบริเวณที่เส้นทางถูกตัดขาดจากดินสไลด์

ส่วนการช่วยเหลือ โดยเฉพาะข้าวกล่อง หลายหน่วยงานไปช่วยกันระดมทำกับข้าว หุงข้าว นำไปใส่กล่อง ในภาพเป็นน้องนักเรียน ม.4 โรงเรียนปัว ช่วยกันคนละไม้ละมือ ตักข้าวใส่กล่อง ใส่กับข้าว และแพ็คใส่ถุง ก่อนนำไปแจ้งจ่ายให้กับชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนจากน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอปัว

นายกเทศบาลเมืองปัวบอกว่า ข้าวกล่องจะผลิตได้วันละไม่ต่ำกว่า 10,000 กล่อง บ้านใดหมู่บ้านใดไม่มีรถมารับข้าวกล่อง ทางเทศบาลก็จะบริการจัดส่งให้ และบ้านใดหมู่บ้านใดมีรถก็จะนำรถมาบรรทุกข้าวกล่องไป ใช้เวลาในการผลิตอาหารต่อมื้อ 2 ชั่วโมงก็แล้วเสร็จ อาหารมีหลากหลายชนิดจะเปลี่ยนไปตามแต่ละมื้อไม่ซ้ำกัน

อีกส่วนเป็นการช่วยเหลือ ส่งช่างจิตอาสาเข้าซ่อมบ้าน-เครื่องมือเกษตร-ระบบไฟฟ้า หลังจากมีการจัดตั้งศูนย์ ซ่อม สร้าง สุข ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน ที่วัดบ้านร้อง ตำบลปัว อำเภอปัว ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ ได้จัดทีมช่างจากทั่วประเทศ ไปซ่อมแซมบ้านเรือน รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซ่อมรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 200 คัน ซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และตรวจเช็กระบบไฟฟ้าภายในบ้านไปแล้ว 100 หลัง

สำหรับเงินเยียวยาช่วยเหลือชาวบ้านที่รัฐบาลจะจ่ายให้ 9,000 บาท เรื่องนี้เราไปสอบถามกับผู้ใหญ่บ้านตึ๊ด หมู่ 1 ตำบลวรนคร อำเภอปัว บอกว่า หมู่บ้านมีทั้งหมด 133 ครัวเรือน ได้รับความเสียหาย 111 ครัวเรือน กระทบเป็นวงกว้าง เสียหายหนัก ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน เครื่องมือการเกษตร รถยนต์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพ และดำรงชีวิตประจำวัน การช่วยเหลือเยียวยา 9,000 บาท ยืนยันว่าไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง