บิ๊กเกรียง ชี้แก้ไฟใต้ข่าวกรองมวลชนสำคัญสุด ต้องไม่เปิดโอกาส ปิดรอยต่อ หนีไม่ได้

บิ๊กเกรียง ชี้แก้ไฟใต้ข่าวกรองมวลชนสำคัญสุด ต้องไม่เปิดโอกาส ปิดรอยต่อ หนีไม่ได้

View icon 46
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 14.39 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บิ๊กเกรียง ชี้ แก้ไฟใต้ข่าวกรองมวลชนสำคัญสุด ต้องไม่เปิดโอกาส ปิดรอยต่อ ทำให้หนีไม่ได้ ย้ำ ไม่ก้าวล่วงปรับทัพ สมช.  เชื่อรัฐบาลเลือกตามความเหมาะสม

วันนี้ (27 ส.ค.69) พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่  1 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ในปัจจุบันว่า สถานการณ์ชายแดนใต้ค่อนข้างที่จะมีความซับซ้อน ประเด็นสำคัญคือ งานด้านการข่าว หากเราได้ข่าวสารต่าง ๆ นำมาประมวลภาพและวิเคราะห์เพื่อหาวิธีดำเนินการกับข่าวนั้น อาจเป็นช่องทางนำข้อมูลต่าง ๆ ไปสู่การปฎิบัติ ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์การป้องปรามเป็นหลัก เรื่องนี้ต้องใช้หลายสิ่งหลายอย่างในหน่วยงานทั้งกำลังลาดตระเวนเต็มพื้นที่ หรือกลยุทธ์ลับลวงพราง ตนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทราบดี แต่ช่องว่างที่เกิดขึ้นก็เกิดจากการบริหารพื้นที่ ผู้ก่อเหตุจะกระทำก็ต่อเมื่อเป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม

เมื่อถามว่า การบริหารพื้นที่หมายถึงอย่างไร  พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่า เมื่อเรารู้ว่าสถานการณ์การข่าวปรากฏขึ้น แล้วเราจะทำอย่างไร ไม่ว่าจะลาดตระเวน แสดงกำลัง และเทคนิคทางการทหาร

ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวของเราไม่ได้อ่อนใช่หรือไม่ พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่า ตนไม่มั่นใจเรื่องการข่าว แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา งานด้านการเป็นข่าวเป็นเรื่องสำคัญ การข่าวที่แม่นยำคือ การข่าวจากมวลชน ถ้าเรามีความต่อเนื่อง ให้ความไว้วางใจกับเขา และเชื่อมั่นในตัวเขา เราก็มีโอกาสได้การข่าวที่ชัดเจนนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติ เพื่อให้การก่อเหตุชะงักงันและระงับความรุนแรงได้ ที่ตนบอกว่าเป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม หากเป้าหมายพร้อม แต่ไม่เปิดโอกาส ปิดรอยต่อ ทำให้เขาหนีไม่ได้ เขาก็ไม่ทำ

ส่วนที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่าเราทราบการข่าวล่วงหน้า แต่ยังไม่แม่นยำ จะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร พลเอกเกรียงไกร ระบุว่า การข่าวเราทราบมาแล้ว แต่จะนำไปสู่การปฏิบัติหรือไม่ ยืนยันว่าการข่าวที่แม่นยำต้องมาจากมวลชน ตนก็ได้ข่าวมากมายจากงานมวลชนที่ทุ่มเททำมาร่วม 20 ปี ขณะที่ตน ดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้รับรายงานข่าวตลอดเวลาและได้รายงานต่อผู้บริหาร แต่ผู้บริหารไม่เชื่อมั่นในงานข่าว จนเกิดเหตุความไม่สงบในวันที่ 4 ม.ค.47

เมื่อถามถึงกรณีความเห็นต่างเรื่องการปฏิบัติการทางทหาร ที่กล่าวอ้างว่ามีการยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ในสมัยยุคของตนไม่เคยใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นปฏิบัติการ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้

พลเอกเกรียงไกร ยังกล่าวถึง “โรครัฐทำ” ที่เกิดอะไรขึ้นจะมองว่ารัฐเป็นคนกระทำไว้ก่อนว่า แต่ก่อนโรครัฐธรรมเกิดเฉพาะในพื้นที่ ปัจจุบันเกิดขึ้นทั้งประเทศ คือทุกอย่างรัฐทำหมด

ส่วนกรณีที่มีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงหรือไม่ พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของความเหมาะสม เข้าใจว่าเป็นการบริหารบุคลากรที่จะสามารถก่อให้เกิดประสิทธิภาพในหน่วยงานได้ ผู้บริหารคงมองแล้วว่าต้องมีการปรับ ไม่ขอก้าวล่วง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง