ตรวจความพร้อมรบ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” กลางอ่าวไทย “นายกฯ” โชว์ลีลาผัดกะเพราหมูสับเลี้ยงกำลังพล เล็งจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่ม แบบเซอร์ไพรส์เพื่อนบ้าน

ตรวจความพร้อมรบ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” กลางอ่าวไทย “นายกฯ” โชว์ลีลาผัดกะเพราหมูสับเลี้ยงกำลังพล เล็งจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่ม แบบเซอร์ไพรส์เพื่อนบ้าน

View icon 24
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 16.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) ชื่นชมศักยภาพความพร้อมปกป้องประเทศ
.
วันนี้ (27 ส.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สวมชุด อส.ในฐานะนายกองใหญ่ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือให้การต้อนรับ
.
โดยนายกรัฐมนตรี ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ตำรวจ จากกรุงเทพฯ  มายังกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการอู่ตะเภา อำเภอสัตหีบ เพื่อตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และรับมอบเหรียญเชิดชูเกียรติเครื่องหมายความสามารถผู้ทำการรบพิเศษกิตติมศักดิ์ และนักโดดร่มกองทัพเรือกิตติมศักดิ์ เพื่อแสดงความขอบคุณ เชิดชูเกียรติ และสดุดีในคุณูปการที่มีต่อกองทัพเรือ
.
6a900569808d71.20433525.jpg
.
จากนั้น นั่งเฮลิคอปเตอร์จากสนามบินอู่ตะเภา ไปยังเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งลอยลำอยู่กลางทะเลอ่าวไทย เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติการบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร และรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ และแนวความคิดการใช้กำลัง  ณ ห้องศูนย์ยุทธการ พร้อมรับการเคารพให้การต้อนรับ ด้วยการยิงสลุตจำนวน 19 นัดจากเรือหลวงเจ้าพระยา บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร
.
6a9005694c4c66.48333885.jpg
.
นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมหอบังคับการบิน เพื่อชมการสาธิตการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือ และอากาศยาน รวมทั้งการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรเป็นฐานควบคุมยานไร้คนขับสำหรับภารกิจตรวจการณ์ ชี้เป้า และโจมตี (UXV Carrier) ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) บริเวณดาดฟ้าเก็บอากาศยาน สะท้อนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร และการรักษาความมั่นคงทางทะเล
.
นายกรัฐมนตรี ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำหรับการบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ (Incident Command Center: ICC) และชมการสาธิตความพร้อมของยุทโธปกรณ์ และการบูรณาการระหว่างหน่วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ขีดความสามารถของกองทัพเรือสามารถนำมาใช้ได้ทั้งในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน และ นายกรัฐมนตรี ได้โชว์ฝีมือ “ผัดกะเพราหมูสับ” เลี้ยงกำลังพลที่มาฝึกซ้อมในวันนี้ 
.
6a900569a70170.10957837.jpg
.
โดย นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้มาดูความพร้อมของกองทัพเรือ ซึ่งเป็นไปตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารเรือ โดยตนเองก็จะพยายามไปตรวจเยี่ยมทุกเหล่าทัพ เพราะเราทำงานด้วยความเข้าใจ และให้การสนับสนุน ด้วยวัตถุประสงค์ในการป้องกันอธิปไตยของชาติ
.
ส่วนยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือที่เห็นอยู่ ถือว่ามีความพร้อม แต่ก็มีบางส่วนที่ต้องจัดหาเสริม เพราะที่เรามีอยู่ก่อนหน้านี้บางชนิดก็ใกล้จะปลดระวางแล้ว ขณะนี้ประเทศก็มีความอ่อนไหวในเรื่องของความมั่นคง และอธิปไตย ซึ่งตนเอง และผู้บัญชาการเหล่าทัพก็ต้องนั่งหารือกันว่า จะจัดหาสิ่งที่จะมาเสริมความมั่นคงของกองทัพอย่างไร
.
และ จากการฝึกในวันนี้ จะเห็นได้ว่าศักยภาพของกองทัพเรือไม่เป็นรองใคร ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ได้วางรากฐานเอาไว้เป็นอย่างดี ฐานทัพเรือต่าง ๆ มีความเข้มแข็ง และกองทัพเรือยังได้ขยายพื้นที่ในการดูแลประชาชน ไม่ใช่รบทางน้ำอย่างเดียว แต่สามารถทำการยึดทางบกได้ด้วย ช่วยเหลือประชาชนได้ด้วย รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัย และป้องกันอธิปไตยของชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องให้การสนับสนุน เพื่อให้ทุกเหล่าทัพมีความพร้อมเข้มแข็ง มีสันติสุข
.
กรณีเรือเก่าของกองทัพเรือ  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องทยอยทดแทน ที่เคยพูดกันว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีรบแล้ว แล้วเป็นอย่างไร เมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา กองทัพเรือก็ต้องปฏิบัติภารกิจในจังหวัดติดทะเลฝั่งตะวันออก เพราะฉะนั้น ถ้าจะบอกว่าเอาเรือธรรมดามารบก็คงไม่ได้ มันต้องมีความพร้อม และต้องแสดงความเข้มแข็ง และแสดงถึงแสนยานุภาพ ซึ่งคำว่า “แสนยานุภาพ” คำนี้มันขลัง ถ้าเรามีแสนยานุภาพที่ดี อริราชศัตรูก็คงต้องคิดว่า ต้องมาต่อกรหรือไม่ เราก็ต้องมีความพร้อมในศักยภาพที่เราทำได้ ซึ่งเราต้องให้การสนับสนุนเหล่าทัพให้มีความเข้มแข็ง
.
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีไปตรวจความพร้อมรบบริเวณชายแดน แต่ฝ่ายกัมพูชาออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทำตาม Joint Statement ซึ่งระบุว่า ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงจุดนั้น ถ้าทุกฝ่ายทำตาม Joint Statement ด้วย ก็จะได้นำไปสู่การหารือ แต่ถ้าไม่ทำ ก็ไม่รู้จะหารืออย่างไร
.
เมื่อถามว่า มีสิ่งใดจะต้องเสริมแสนยานุภาพให้กองทัพเรืออย่างเร่งด่วน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้สอบถามผู้บัญชาการทหารเรือในรายละเอียด เพราะตนเองไม่รู้ว่า ตรงไหนจะสามารถพูดได้ เราต้องไม่บอกทุกอย่างว่า เรามีอะไร ให้มาถึงก็ “อุ๊ย มีอย่างนี้ด้วยหรือ ?“
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง