ตร.จับ วัยรุ่น ม.3 หลังโพสต์ภาพถือปืน ทำโรงเรียนวุ่น หยุดเรียน 2 วัน เผยขอโทษสังคม คุณครู เกิดจากความคึกคะนอง
วันนี้ (27 ส.ค.69) หลังวานนี้เกิดเป็นข่าวดังกระหึ่มโลกโซเชียล หลังมีเด็กวัยรุ่น ม.3 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้โพสต์รูปภาพที่กำลังถืออาวุธลักษณะคล้ายปืนสั้นอยู่ในมือ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้ทางโรงเรียนต้องประกาศปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ หยุดเรียน 2 วัน ในระหว่างวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2569
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จ ได้สืบทราบมาแล้วพบว่าเด็กคนดังกล่าวไม่ได้ไปโรงเรียน แต่เป็นการนำภาพเก่ามาโพสต์ในโลกออนไลน์เท่านั้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจค้นที่บ้านพัก แต่ก็ไม่พบ เนื่องจากเจ้าตัวรับสารภาพว่าเอาอาวุธปืนไปฝากไว้ที่บ้านเพื่อน ซึ่งเป็นปืนไทยประดิษฐ์ที่ซื้อมาจากชาวอำเภอกุฉินารายณ์ ที่โพสต์ขายในโลกออนไลน์ ในราคา 3,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งตัวให้ พนักงานสอบสวน สภ.นามน นำตัวสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุดวันนี้ (27 ส.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนดังกล่าว พบว่าไม่มีการจัดการเรียนการสอนแต่อย่างใด จะมีเพียงเฉพาะครูเวรและยามรักษาการณ์ที่อยู่เฝ้าโรงเรียนตามคำสั่ง ส่วนตัวเด็กนักเรียนคนดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้นำตัวพร้อมของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ลูกซองสั้น) จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนลูกซองเบอร์ 20 จำนวน 2 ปลอก ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์พิจารณาไต่สวน โดยมีคุณย่านำหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 3,000 บาท ประกันตัวออกมา
คุณย่าประคอง อายุ 80 ปี คุณย่าของนักเรียนชั้น ม.3 เปิดเผยว่า หลานชายเพิ่งเป็นหนุ่มก็เลยคึกคะนอง ภาพที่เพื่อนเอาไปแชร์ไปโพสต์เป็นภาพเก่าที่หลานได้แอบซื้อปืนมาแล้วไปทดลองยิงที่ข้างสระท้ายหมู่บ้าน พอครูประจำชั้นเห็นก็เลยโทร.มาถามคุณยายว่าหลานชายเอาปืนที่ไหนไปยิง เพราะเห็นโพสต์ในโลกโซเชียล อยากขอโทษสังคม จะสั่งสอนหลานให้ดีกว่านี้ เพราะหลานก็กำพร้าแม่มาตั้งแต่เด็ก ที่ตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่อายุ 1 ขวบ 5 เดือน
ด้านนักเรียน ม.3 กล่าวขอโทษสังคมว่า “อยากขอโทษครู ทั้งท่าน ผอ. และทุกคนที่ได้ทราบข่าวทั่วประเทศ ตนเองเป็นคนอารมณ์ร้อน เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ที่โพสต์ไปอย่างนั้น ขอโทษทุกคนและครูที่ปรึกษาอยู่โรงเรียน ขอสัญญาว่าจะไม่หาอาวุธมาครอบครองอีกแล้ว” โดยทางท่านอัยการท่านก็มีเมตตาบอกให้ไปทุกครั้งที่ตำรวจนัด และไปรายงานตัวที่สถานพินิจตามนัดทุกครั้ง