สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามพระราชดำริ

View icon 60
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.48 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามพระราชดำริ ณ โรงเรียนวัดสีชมพู เขตหนองจอก ซึ่งเดิมเป็นโรงเรียนประชาบาล เปิดสอนชั้นประถมศึกษา ครั้งแรกเมื่อปี 2476 ปัจจุบัน สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2560 สามารถดำเนินงานสำเร็จได้ตามเป้าหมายหลักทุกด้าน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ ของนักเรียน อาทิ "มนต์เสน่ห์ยางกล้วย" เป็นการเรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัว ถึงคุณสมบัติและประโยชน์ของยางกล้วย ผ่านการสังเกต ทดลอง และค้นคว้า ก่อนนำสิ่งที่ค้นพบมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ, โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน ปลูกผักปลอดสารพิษ ทำแปลงผักยกพื้นแก้ปัญหาน้ำท่วงขังในช่วงฤดูฝน เป็นการเรียนรู้แบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่คิดวางแผน เตรียมงาน บำรุงรักษา เก็บผลผลิต ที่มีความสด ใหม่ สะอาด และปลอดภัยนำไปประกอบอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ ที่เหลือจะนำไปแปรรูป เป็นกล้วยฉาบ ผงผักเคล และข้าวเกรียบเห็ดนางฟ้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต รวมทั้ง เรียนรู้เรื่องการคำนวณต้นทุน การตั้งราคา และการจำหน่ายผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน

จากนั้น ทอดพระเนตรแสดงกายบริหาร ชุดคีตมวยไทย นำท่วงท่าของแม่ไม้มวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยที่มีเอกลักษณ์ มาประยุกต์เป็นท่ากายบริหารประกอบจังหวะดนตรี ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย ความแข็งแรง คล่องตัว สร้างความสุข สนุกสนานในการออกกำลังกาย, การแสดงดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติ เพลงส้มตำ ของชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทยประยุกต์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้เรื่อง ดนตรีไทยและดนตรีสากล ตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ช่วยพัฒนาสมาธิ ความจำ ความคิดสร้างสรรค์ การประสานสัมพันธ์ระหว่างการฟัง การเคลื่อนไหว และจังหวะดนตรี เป็นการปลูกฝังความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยตั้งแต่วัยเยาว์ ปัจจุบัน โรงเรียนวัดสีชมพู สามารถน้อมนำแนวพระราชดำริ บูรณาการร่วมกับวิชาความรู้และปรับให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน ส่งผลให้โรงเรียนและชุมชนพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างยั่งยืน

เวลา 13.23 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริของโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 เขตหลักสี่ เดิมชื่อ โรงเรียนเคหะชุมชนพัฒนาทุ่งสองห้อง การเคหะแห่งชาติ ก่อตั้งโรงเรียนพร้อมกับการจัดสร้างชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง เพื่อให้เยาวชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนได้ศึกษาเล่าเรียน มอบให้กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบบริหารงาน เปิดทำการสอนเมื่อปี 2527 ในระดับประถมศึกษา ต่อมาปี 2536 ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน เพื่อรองรับนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ปัจจุบัน เปิดสอนชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียน 919 คน

ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาปีการศึกษา 2568 ผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ และเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาทุกคน ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ นอกจากนี้ นักเรียนมีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม ส่วนด้านสุขอนามัยในโรงเรียน มีห้องพยาบาลให้บริการ และกิจกรรมส่งเสริม ได้แก่ การกำจัดลูกน้ำยุงลาย การตรวจสุขภาพร่างกาย รณรงค์กำจัดเหา และกิจกรรมรักษ์ฟัน พร้อมจัดมุมให้ความรู้แก่นักเรียนในห้องพยาบาล

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมของนักเรียน อาทิ งานพฤษศาสตร์โรงเรียน นำมาใช้ร่วมกับโครงการวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นอนุบาล ช่วยเพิ่มทักษะ EF การพัฒนาทางสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือทำ ค้นพบตัวเอง และสร้างสรรค์ผลงานจากดอกไม้ไทย, โครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามในโรงเรียน นักเรียนสนใจเลี้ยงปลากัด และปลาหางนกยูง ได้รับการสนับสนุนจากกรมประมง สามารถนำไปเป็นอาชีพเสริมต่อได้ ส่วนการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ จึงจัดกิจกรรมการเกษตรให้นักเรียนเรียนรู้การทำเกษตร อาทิ การปลูกผักปลอดสารพิษ  ปลูกพืชสมุนไพร เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน เพาะเลี้ยงแหนแดง เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย รวมถึง ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำโครงการโรงเรียนปลอดขยะ โครงการกล่องนมรักษ์โลก และกิจกรรมน้ำหมักชีวภาพ นักเรียนสามารถนำความรู้กลับใช้ที่บ้าน

ส่วนห้องสมุดโรงเรียน มีหนังสือ e-book ให้นักเรียนกลับไปอ่านทบทวน และใช้เวลาว่างกับครอบครัวที่บ้าน มีบรรณารักษ์อาสา แนะนำหนังสือน่าอ่าน หน้าเสาธง ทุกวันอังคาร, กิจกรรมพี่อ่านเล่านิทานให้น้องฟังทุกเดือน มีมุมรักการอ่านในห้องเรียน จะเปลี่ยนหนังสือทุกเดือน มีตะกร้าความรู้ จัดหนังสือวางทั่วโรงเรียน ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์, ด้านการประกอบเลี้ยงอาหารกลางวัน มีเพียงพอ มีอาหารเสริมนม และมีการแปรรูปอาหารจากผลผลิตการเกษตร เช่น ขนมทองพับเห็ด แหนมเห็ด น้ำเสาวรส ไส้อั่วปลาดุก เห็ดสวรรค์ ให้นักเรียนเรียนรู้แบบครบวงจร จากผลผลิตการเกษตรสู่การพัฒนาทักษะอาชีพ และนำไปจำหน่ายที่สหกรณ์โรงเรียน โดยกิจกรรมเหล่านี้ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้อาชีพการเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผลิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์ การจัดทำบัญชี การฝึกวินัย การออมเงินและการทำงานเป็นทีม

ข่าวอื่นในหมวด