สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - กรมชลประทาน เตือนชาวบ้านริมน้ำเฝ้าระวังมวลน้ำเหนือที่หลากลงมาถึงภาคกลางแล้ว
กรมชลประทาน เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลาง หลังปริมาณน้ำเหนือไหลผ่านอำเภอเมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่ กรมชลประทาน ได้เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในอัตรา 700-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 60 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร 50 เซนติเมตร และจะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่อยู่ริมน้ำในอำเภอเสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน และบางไทร
ส่วน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งสำรวจแผนป้องกันอุทกภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมนครหลวง มีแนวเขื่อนดินเสริมวัสดุป้องกันยาว 5.5 กิโลเมตร สูง 8.20 เมตร สถานีสูบน้ำ 1 สถานี กำลังสูบ 21,600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมบ่อหน่วงน้ำรับได้ 857,000 ลูกบาศก์เมตร
นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน มีเขื่อนดินเสริมคอนกรีตยาว 10 กิโลเมตร สูง 6 เมตร สถานีสูบน้ำ 4 สถานี กำลังสูบ 32,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และบ่อหน่วงน้ำจุ 204,000 ลูกบาศก์เมตร
นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า มีแนวเขื่อนดินเสริมวัสดุป้องกันยาว 11.1 กิโลเมตร สูง 5.40 เมตร สถานีสูบน้ำกำลังสูบ 54,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และบ่อหน่วงน้ำรับได้ 192,000 ลูกบาศก์เมตร
สิ่งที่น่าห่วงหลังจากนี้ คือ ภัยแล้งช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า รวมทั้งพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง ที่อาจมีน้ำไม่เพียงพอครบทุกพื้นที่