เปิดภาพต้นเหตุร้านค้าเกิดเพลิงไหม้ คลองถมเซ็นเตอร์

แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - เหตุเพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ซ้ำเติมพ่อค้าแม่ค้าในยุคที่การค้าขายฝืดเคือง สาเหตุเกิดจากอะไร ย้อนชมภาพนาทีเกิดเหตุกัน

ภาพเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชุดแรก เข้าไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ร้านค้า ชั้น 1 อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เหตุเกิดเวลา 20.50 น. แต่ไฟลุกลามขึ้นหลังคาอย่างรวดเร็วจนเอาไม่อยู่

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำเลี้ยงด้านข้างอาคารเพื่อป้องกันไฟลุกลาม แต่ก็เอาไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ใช้น้ำจนหมด ต้องประสานรถดับเพลิงอีก 50 เขตเข้าช่วยเหลือ

กระทั่งไฟลุกลามเต็มพื้นที่ อาคารเริ่มทรุดตัวจากความร้อนของเพลิงไหม้ กระทั่งเวลา ประมาณ 05.32 น. เจ้าหน้าที่จึงควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บ 3 คน คือ อาสาสมัคร ,เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสวนมะลิ, เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามเสน เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน

สาเหตุที่เพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โต พบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณร้านจำหน่ายเครื่องเสียง และอุปกรณ์จำพวก บลูทูธ, แบตเตอรี่, ตู้ลำโพง และสายไฟ บริเวณชั้น 1 ซึ่งมีพื้นที่เพียงไม่กี่ตารางเมตร ก่อนที่ไฟลุกลามขึ้นเพดานของอาคารอย่างรวมเร็ว

มีข้อมูลว่าระหว่างเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฎิบัติหน้าที่ เวลาประมาณ 22.00 น. มีคนร้ายขโมยชุดอาสาป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่วางท้ายรถกระบะ เข้าไปขโมยทรัพย์สินร้านค้า ซ้ำเติมพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ ขณะที่เช้าตรู่วันนี้ เจ้าหน้าที่ยังปิดกั้นพื้นที่ เนื่องจากยังมีเจ้าหน้าที่ฯ ต้องฉีดน้ำเลี้ยง เพื่อลดความร้านใต้ซากอาคาร
.
ส่วนเจ้าของร้านค้ายังไม่สามารถเข้าตรวจสอบความเสียหาย แต่เจ้าของร้านบางคน เมื่อเห็นสภาพร้านแล้วก็เข่าทรุด เพราะหมดตัว ขณะที่เจ้าของร้านบางคนบอกว่า หากเป็นเพลิงไหม้เป็นช่วงเสาร์ อาทิตย์ จะเสียหายเยอะกว่านี้ เพราะพ่อค้าแม่ค้าจะเอาสินค้ามาวางที่ร้าน เพื่อขายวันหยุด

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ย้ำเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหาย และถล่มลงมาทับถม ทำให้ยังเข้าถึงจุดต้นเพลิงไม่ได้ ถึงแม้จะควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ภายในยังมีความร้อน และเชื้อเพลิงหลงเหลือ หากหยุดฉีดน้ำอาจเกิดไฟปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะโครงสร้างเหล็กที่ผ่านความร้อนสูง และอาจทรุดตัวได้

กทม. เตรียมใช้รถแบ็กโฮเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดที่ยังมีเชื้อเพลิง และดับไฟได้ตรงจุด อีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ กลุ่มควันจากพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากภายในมีทั้งแบตเตอรี่ แผงโซลาร์เซลล์ และสารเคมี ซึ่งอาจเกิดสารพิษจากการเผาไหม้ และเตรียมนำเครื่องมือตรวจวัดเข้าตรวจสอบ พร้อมขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีกลุ่มควันหลงเหลืออยู่

ส่วนความเสียหาย คลองถมเซ็นเตอร์ มีแผงค้าประมาณ 300 แผง ผู้ประกอบการราว 100 คน ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแจ้งความเสียหายแล้วประมาณ 70 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบ จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่เป็นเขตอัคคีภัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้า เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการฉวยโอกาสเข้าไปหยิบทรัพย์สินของผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย

สำหรับผู้ได้รับผลกระทบด้านทรัพย์สิน สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้เปิดจุดรับลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ ที่ศาลาวัดพระพิเรนทร์ และตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ยื่นได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่า และบันทึกประจำวันจากตำรวจ พร้อมรายละเอียดและภาพถ่ายความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและเยียวยาตามระเบียบของ กทม.

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ก่อนระบุว่า ถึงจะควบคุมเพลิงได้แล้วแต่มีความร้อนบางจุดเป็นหย่อม ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปได้ จึงใช้รถแบ็คโฮเคลียร์ซากอาคารเพื่อเปิดทาง

ส่วนประเด็นที่มีคนร้ายขโมยชุดอาสาป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าไปขโมยทรัพย์สินของร้านค้า นายกรัฐมนตรี สั่งตำรวจเฝ้าระวัง พร้อมวอนขอให้เห็นใจกัน

ขณะเดียวกัน หนึ่งในผู้ดูแลโครงการตลาดนัดคลองถมเซ็นเตอร์ เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ เจ้าตัวบอกว่า รายละเอียดเชิงลึกตนเองยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากเอกสารใบประกอบการเช่าของผู้ประกอบการรายย่อยอยู่ในสำนักงาน ซึ่งไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาตรวจสอบระบบความปลอดภัยอัคคีภัย ร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บ่อยครั้ง ส่วนระบบไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องตรวจมาก เนื่องจากหลังเวลา 20.00 น. ระบบก็จะตัดการจ่ายไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง