รุนแรงต่อเนื่อง 10 วัน ! หมอกควันข้ามชาติ ลอยไกลจากอินโดนีเซีย ปกคลุมเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา จนเกือบมิด ชาวบ้านเริ่มป่วยแสบคอ-แสบจมูก
วันนี้ ( 29 ส.ค.69 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีกลุ่มหมอกควันปกคลุมพื้นที่จนเห็นได้ชัดเจน ตั้งแต่ช่วงเช้า และรุนแรงกว่าหลายวันที่ผ่านมา โดยไม่สามารถมองเห็นแนวเขาคอหงส์ได้ชัดเจนเหมือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ประชาชนที่ออกจากบ้าน ไปทำธุระ ก็เริ่มใส่หน้ากากอนามัยกันมากขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบจากเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th พบว่า ช่วงเวลา 01.00-02.00 น. วัดค่า PM 2.5 ได้ 54.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และช่วงเวลา 10.00-11.00 น. วัดค่า PM 2.5 ได้ 42.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีเหลือง
ขณะที่จุดชมวิวเมืองหาดใหญ่ บนเขาคอหงส์ เช้าวันนี้มีประชาชนไปออกกำลังกายกันจำนวนมาก มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และแรงงานเมียนมา ไปเที่ยวชมวิวกันต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหาดใหญ่ และทะเลสาบสงขลาได้ชัดเจนเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากมีหมอกควันปกคลุมทั่วทั้งเมืองจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
นายสุพจน์ เคอาร์ ประชาชนที่ขึ้นไปบนจุดชมวิวทุกวัน เผยว่า สถานการณ์หมอกควันปกคลุมเมืองหาดใหญ่ เกิดขึ้นสะสมมานานกว่า 10 วันแล้ว แต่วันนี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตและหนักที่สุด เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีฝนตกติดต่อกัน 3-4 วัน ทำให้หมอกควันปกคลุมหนาแน่นตลอดทั้งวันทั้งคืน จนบดบังทัศนวิสัย ไม่สามารถมองเห็นทะเลสาบสงขลา รวมถึงจุดชมวิวเมืองหาดใหญ่ อาคารบ้านเรือน และทิวเขาด้านล่างได้ตามปกติ ซึ่งขณะนี้เริ่มได้รับผลกระทบทางสุขภาพ มีอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ ไอ มีน้ำมูกใส และมีอาการหวัดแห้ง จนต้องหาหน้ากากอนามัยมาใส่ขณะอยู่กลางแจ้ง จากการติดตามข่าว พบว่า สาเหตุหมอกควัน เกิดจากไฟไหม้ป่า และการจุดไฟเผาป่าบนเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ในช่วงฤดูแล้ง ก่อนลมพัดเข้ามาในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้พบว่ามีความรุนแรงและส่งผลกระทบหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ด้านนางรัตนา ธรรมต่างจิต แม่บ้านจุดขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเขาคอหงส์ เปิดเผยว่า หมอกควันพัดเข้าปกคลุมในพื้นที่มาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว และเริ่มหนาแน่นขึ้นในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา จนในวันนี้ถือว่าหนักที่สุด ส่งผลให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ ไม่สามารถมองเห็นทะเลสาบสงขลา และขณะนี้ก็เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีอาการแสบจมูก แน่นหน้าอก หายใจได้ไม่เต็มปอด รวมทั้งมีอาการจาม แสบจมูกกันมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากในระยะยาว ว่าหมอกควันอาจนำพาเชื้อโรค หรือโรคติดต่อทางเดินหายใจตามมา จึงพยายามดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อบรรเทาอาการ หากมีฝนตกลงมาก็จะช่วยชะล้างหมอกควันลงได้บ้าง
แต่เมื่อช่วงประมาณ 10.30 น. มีกลุ่มฝนตกหนักในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองคอหงส์ ทำให้กลุ่มควันจางลงเล็กน้อย แต่คาดว่าช่วงเย็นและเช้าวันพรุ่งนี้ จะมีกลุ่มควันปกคลุมหนาแน่นขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก กาลิมันตันกลาง และกาลิมันตันใต้ บนเกาะบอร์เนียว รวมถึงจังหวัดเรียว สุมาตราใต้ และจัมบี บนเกาะสุมาตรา ของประเทศอินโดนีเซีย ยังรุนแรง ตามที่ สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB รายงานว่า ไฟป่าเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่แห้งแล้งยาวนานและอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดควันไฟหนาแน่นลอยปกคลุมหลายพื้นที่ รวมถึงข้ามไปยังมาเลเซียและบรูไน