ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - สถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังระอุต่อเนื่อง ช่วงค่ำเมื่อวาน กลุ่มคนร้าย 5 คน บุกเข้าไปที่ห้างค้าวัสดุก่อสร้าง จังหวัดปัตตานี ใช้ปืนข่มขู่ ไล่พนักงานและลูกค้าให้ออกนอกอาคาร เพื่อวางระเบิด
ป่วนไม่เลิก คนร้ายบุกวางระเบิดห้างค้าวัสดุก่อสร้าง
กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณทางเข้าห้างค้าวัสดุก่อสร้าง บริเวณแยกบานา ตำบลบานา อำเภอเมืองฯ จังหวัดปัตตานี บันทึกภาพ กลุ่มคนร้ายทั้งหมด 5 คน แต่งกายด้วยชุดดำ สวมหมวกปิดบังใบหน้า พร้อมกับพกอาวุธปืนยาว และปืนสั้น บุกเข้ามาก่อเหตุ ตอนเวลา 18.43 น. โดยใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะ
ช่วงเกิดเหตุ คนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์นำหน้า 2 คน ได้เข้าควบคุมป้อมยาม ใช้อาวุธปืนจี้เจ้าหน้าที่ รปภ. และบังคับให้นั่งลงกับพื้น จากนั้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ที่บรรทุกระเบิด และน้ำมันเชื้อเพลิงที่บรรจุในแกลลอนจำนวนมาก ขี่เข้าห้างฯ โดยมีคนร้ายบางส่วนคอยเฝ้าระวัง และใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานให้รีบออกจากห้างฯ
ต่อจากนั้นคนร้ายที่เข้าไปบริเวณจุดคลังสินค้าของห้างฯ นำระเบิดไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ก่อนทั้งหมดจะถอนกำลัง และหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 3 นาที 30 วินาที
เมื่อคืน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี และฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าอาจมีวัตถุระเบิดหลงเหลือระเบิดซ้ำ
พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ EOD เข้าเก็บกู้วัตถุระเบิด และตรวจสอบรถจักรยานยนต์พ่วง พบถังใส่น้ำมันเชื้อเพลิง 8 แกลลอน ซุกซ่อนไว้ในกล่องลังกระดาษ นอกจากนี้ยังพบถังก๊าซถูกดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา แต่เคราะห์ดีที่ระเบิดยังไม่ทำงาน
บรรยากาศช่วงเช้าวันนี้ บริเวณโดยรอบห้างค้าวัสดุก่อสร้างที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังปิดกั้นพื้นที่ไว้ เพื่อเข้าเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากที่เมื่อคืนตรวจเก็บหลักฐานไปแล้วรอบหนึ่ง แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ทำให้เก็บพยานหลักฐานได้ไม่หมด จึงจะเข้ามาอีกครั้งภายในวันนี้
โพล ชี้ ป่วนใต้ เอี่ยวงบฯ-ทุนเทา-การเมือง
ขณะที่ “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คนจังหวัดชายแดนภาคใต้คิดอย่างไร”
พบว่า 35.73 % ระบุว่า เกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ รองลงมา 30.36 % ระบุว่า กลุ่มทุนเทา และไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของรัฐ ขณะที่ 29.64 % ระบุว่า เกี่ยวข้องกับการเมืองส่วนท้องถิ่น
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดได้ 40.82 % ระบุว่า เป็นข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และทิศทางในการแก้ไข รองลงมา 39.91 % ระบุว่า การไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ขณะที่ 34.27 % ระบุว่า เป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่ และ 29.73 %ระบุว่า ข้อบกพร่องในงานด้านการข่าว