อาจารย์หมอ ดับอนาคตนักศึกษา ม.แม่ฟ้าหลวง

View icon 32
วันที่ 31 ส.ค. 2569 | 06.31 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - อาจารย์หมอ ขับรถฝ่าสัญญาณไฟชนนักศึกษาแม่ฟ้าหลวง ปี 1 จังหวัดเชียงราย เสียชีวิต 2 คน และสาหัส 1 คน

รถเก๋งสีแดง ขับมาด้วยความเร็วและฝ่าสัญญาณไฟบริเวณแยกนางแล อำเภอเมืองเชียงราย ช่วงเวลาเกือบ 20.30 น. ของวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดรอสัญญาณไฟ กระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร

แม้จะสวมหมวกกันน็อก แต่ความแรงของรถที่ชน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 คน ชื่อ นางสาวนิชาภา อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ส่วนเพื่อนที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันอีก 2 คน คือ นางสาวอัลฟาริน อายุ 18 ปี อาการสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่งพี่ชายเดินทางมาจากจังหวัดปัตตานี เพื่อรับร่างกลับแล้ว และคนที่ 3 นางสาวพัชรีพร อายุ 18 ปี คนนี้อาการยังสาหัส กระดูกหลังหัก 2 ท่อน และทะลุผิวหนัง

สำหรับคนขับรถเก๋ง ทราบว่า เป็นอาจารย์หมอ โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง อายุ 32 ปี ไม่ได้หลบหนีไปไหน และแจ้งกับชาวบ้านที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บว่า ตัวเขาเองที่ผิด และพร้อมจะรับผิดชอบ ซึ่งผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเป็นศูนย์

ณ เวลานั้น ตำรวจ สภ.บ้านดู่ เก็บหลักฐานจากที่เกิดเหตุ และบันทึกคำให้การของพยานแวดล้อม พร้อมคุมตัวคนขับไปให้ปากคำต่อที่โรงพัก ซึ่งตามรายงาน ยังไม่มีการแจ้งข้อหา

ส่วนสามี-ภรรยา คู่นี้ คือ นายวุฒิชัย แจ้งเพชร และ นางสาวเบญจมาศ สุทธาภาศ เป็น 1 ในพยาน ที่เห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในคืนนั้น เล่าให้ฟังว่า รถของเขาขับตามรถคันก่อเหตุ ที่ขับมาด้วยความเร็ว และก่อนถึงแยกนางแล แทนที่คนขับจะชะลอความเร็ว กลับหักพวงมาลัยเข้าเลนซ้ายสุด พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษา ที่จอดติดสัญญาณไฟ แต่ละคนกระเด็นกันไปคนละทาง โดยเฉพาะ นางสาวอัลฟาริน กระเด็นไปอัดกับต้นไม้ และมีร่มบังร่างไว้ ชาวบ้านที่ลงไปช่วยจึงมองไม่เห็น แต่เป็นจังหวะที่มีแสงไฟจากโทรศัพท์ที่ตกอยู่ใกล้ ๆ สว่างขึ้นมา จึงเห็นว่า ยังมีอีก 1 คน ที่นอนอาการสาหัส

แม้ตัวอาจารย์หมอ จะพูดกับชาวบ้านว่า พร้อมจะรับผิดชอบ แต่เท่าที่ได้ยินจากการให้ปากคำเบื้องต้นกับตำรวจ เจ้าตัวบอกว่า ตัวเองยังมีอนาคตอีกไกล ยิ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับพยานหลายคนที่ได้ยิน เพราะมองว่า น้องผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ก็มีอนาคตอีกไกลเช่นกัน

จากวันเกิดเหตุจนถึงตอนนี้ ครอบครัวเห็นว่า คดีไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ทำให้ต้องโพสต์ขอให้ตำรวจคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตด้วย

ขณะเดียวกัน ทางเพจสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็โพสต์ขอร่วมไว้อาลัย และเป็นกำลังใจยืนหยัดเคียงข้างผู้ปกครองและครอบครัวให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้

เรื่องของคดี ทีมข่าวฯ โทรสอบถามไปที่ พันตำรวจเอก อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผู้กำกับการ สภ.บ้านดู่ ชี้แจงแบบนี้ว่า การสอบปากคำอาจารย์หมอ และพยานแวดล้อม เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เหตุที่คดีมีความล่าช้า เพราะยังขาดผลการตรวจร่องรอยจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ที่จะนัดตรวจที่เกิดเหตุและสภาพรถในวันที่ 1 กันยายนนี้ และ 2.ผลการชันสูตรบาดแผลผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ที่คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ ถึงจะทราบผล

ผู้กำกับการ สภ.บ้านดู่ ยังแสดงความห่วงใยไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เนื่องจากมีบุคคลที่อ้างเป็นทนายความ เข้ามาขอข้อมูลทางคดีและเบอร์โทรศัพท์จากร้อยเวรฯ แต่ไม่ได้ให้ไป เพราะกลัวว่า จะเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องการเกาะกระแส เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ยืนยันว่า จะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง