ครม.สัญจร จ.สงขลา กองทัพรัฐมนตรีลงพื้นที่ติดตามปัญหา “สส.อนุกูล” ให้ข้อมูลมลพิษคลองหอยโข่ง “ภูเขาขยะ” เจ้าปัญหายังไม่จบ “กลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่นควัน ขยะตกค้าง” ยังกระทบประชาชน
.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนด ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา และตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
.
หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ชาว จ.สงขลา ต้องเผชิญ คือ มลพิษจากขยะตกค้างในพื้นที่อำเภอคลองหอยโข่ง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพที่ยังรอการแก้ไข
.
ขณะที่ นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ สส.สงขลา เขต 6 เปิดเผยว่า ได้ติดตามการแก้ปัญหาเรื่องนี้มาตลอด ปัญหาที่พบ คือ กลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่นควัน ขยะตกค้าง รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
.
ปัจจุบัน มีกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ ที่ใช้ในการคุ้มครองประชาชนและกำกับดูแลผู้ประกอบการหลายฉบับ ได้แก่
1. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 19 ท้องถิ่นมีอำนาจควบคุมการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอย โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องขอใบอนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น
มาตรา 20 ท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอย รวมถึงเงื่อนไขการออกใบอนุญาตได้
มาตรา 25 กำหนดเรื่องเหตุรำคาญ เช่น กลิ่นเหม็น น้ำเสีย ฝุ่น หรือขยะสะสมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจตรวจสอบ
มาตรา 27-28 สามารถออกคำสั่งให้ระงับ แก้ไข หรือปรับปรุงภายในเวลาที่กำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามก็มีอำนาจสั่งระงับหรือดำเนินการตามกฎหมายได้
ส่วนมาตรา 32-33 กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องได้รับการควบคุม และต้องมีใบอนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น
2. พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
มาตรา 4 กำหนดนิยามคำว่า “มลพิษ” และ “ของเสีย”
มาตรา 68 และ 69 กำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่เข้าข่าย ต้องมีระบบบำบัดอากาศเสียหรืออุปกรณ์ควบคุมมลพิษ
มาตรา 70 แหล่งกำเนิดมลพิษที่กำหนด ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย หรือระบบกำจัดของเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน
และมาตรา 82 ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษในการตรวจสอบและสั่งการให้แก้ไข ปรับปรุง หรือซ่อมแซมระบบบำบัดหรือกำจัดของเสีย
3. พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
มาตรา 49 สามารถเพิกถอนคำสั่งทางปกครองได้ ขณะที่มาตรา 53 สามารถเพิกถอนคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายได้ใน 4 กรณี เช่น ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ เป็นต้น
4. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 67 (7) กำหนดให้ อบต. มีหน้าที่คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้นายอำเภอกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของ อบต. ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบราชการ
5. ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
กำหนดกรณีเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่การกล่าวหาจะต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นโดยมิชอบ หรือโดยทุจริต
.
นายอนุกูล เห็นว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ใช่การ “ปิดโรงงาน” แต่ต้องการให้โรงงานอยู่ได้ หากปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องอยู่ได้ โดยไม่ต้องทนกับมลพิษและผลกระทบต่อสุขภาพ
.
ขณะที่ หน่วยงานรัฐต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน”
.
สำหรับหน่วยงานในพื้นที่ต่างเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ อาทะ
- อบต. รับเรื่อง ตรวจสอบ ออกคำสั่ง ระงับหรือแก้ไขเหตุรำคาญ และกำกับผู้ประกอบการตามใบอนุญาตและข้อบัญญัติท้องถิ่น
- นายอำเภอ กำกับ ดูแล และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย
- อุตสาหกรรมจังหวัด / กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงาน
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 ตรวจคุณภาพน้ำ อากาศ กลิ่น ฝุ่น และมลพิษอื่น ๆ ตามอำนาจหน้าที่
- สาธารณสุขอำเภอ เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ
- ส่วน ประชาชนและชุมชน สามารถแจ้งข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง ร่วมตรวจสอบ และติดตามผล เพื่อรักษาสิทธิและคุณภาพชีวิตของตนเอง
นายอนุกูล กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างยั่งยืน เพื่อลูกหลานและอนาคตของคลองหอยโข่ง โดยยึดหลักการใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส ตรวจจริง แก้จริง ให้เวลาเหมาะสม แต่ต้องมีเส้นตาย พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และไม่ปล่อยให้ใครเพิกเฉย หรือใช้อำนาจโดยไม่ชอบ
.
สำหรับ “คลองหอยโข่งโมเดล” นายอนุกูล ระบุว่า หากประชาชนต้องการแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ อบต. หรือ LINE OA : @khlonghoi.khong รวมถึงสามารถยื่นหนังสือด้วยตนเองที่ อบต. หรือที่ว่าการอำเภอได้ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่คลองหอยโข่งอย่างยั่งยืน
.