อาจารย์หมอ ชี้แจงกรณีอุบัติเหตุขับรถชน จยย.นักศึกษา ยืนยัน ไม่มีเจตนาหลบหนี ขณะเกิดเหตุได้ลงไปช่วยผู้บาดเจ็บทันที และได้อยู่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พร้อมดูแลและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และติดตามอาการผู้บาดเจ็บต่อเนื่อง
ความคืบหน้า อุบัติเหตุสลดบริเวณแยกไฟแดงนางแล อำเภอเมืองเชียงราย หลังรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ขับขี่มาด้วยกัน 3 คน ส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 1 คนโดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.24 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ขณะที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งผลตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชนและรายงานทางการแพทย์ เพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ขับขี่รถยนต์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีการพูดถึงในสื่อโซเชียล ถึงความคืบหน้าคดี และการช่วยเหลือผู้เสียหายหลังจากที่เกิดเหตุ
ล่าสุดวันนี้ 31 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง นายแพทย์ ผู้ขับขี่รถยนต์ที่เกิดเหตุ เพื่อจะได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม โดยได้เปิดเผยว่า กรณีคำพูดในกระแสข่าว ไม่ทราบว่าตนเองได้พูดประโยคตามที่เป็นข่าวไปตอนไหน และนึกไม่ออกจริงๆ ว่ามีคำพูดใดที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ยืนยันว่าไม่ได้พูดคำดังกล่าวกับตำรวจแน่นอน เนื่องจากหลังเกิดเหตุได้ลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่อาการสาหัสที่สุดทันที และได้อยู่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยยืนยันว่าขับรถตามปกติและไม่ได้มีเจตนาหลบหนี การดูแลและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายแรกได้โทรศัพท์ติดต่อพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพื่อสอบถามเรื่องการจัดงานศพ และได้เดินทางไปมอบพวงหรีด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตกลับจังหวัดน่าน และได้เดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจในวันสุดท้ายด้วย
การติดตามอาการผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ได้เดินทางไปเยี่ยมและติดตามอาการผู้ป่วยที่โรงพยาบาล รวมถึงได้พูดคุยกับครอบครัวในเบื้องต้น และให้ประสานงานผ่านทางอาจารย์ที่ปรึกษาด้านนิติศาสตร์ เพื่อคอยประสานการช่วยเหลือ เนื่องจากเข้าใจว่าครอบครัวยังอยู่ในช่วงสูญเสีย นอกจากนี้ แพทย์ได้ตั้งใจเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยแบบไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าในช่วงค่ำของอีกวัน แต่เมื่อไปถึงจึงทราบว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงแล้วในช่วงเวลาประมาณ 20:49 น.
การดูแลผู้บาดเจ็บรายที่ 3 ได้ติดตามอาการร่วมกับทีมแพทย์ผู้รักษาตลอด และมีการเข้าเยี่ยมผู้ป่วยรวมถึงญาติ พร้อมให้การช่วยเหลือค่าเดินทางเบื้องต้น สำหรับคืบหน้าทางคดี ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งรอการเรียกรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป