วันนี้ (31 ส.ค. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกันจับกุม น.ส.นิชกานต์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1196/2569 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกระทำโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณไร่ข้าวโพด ในพื้นที่ ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ ด้วย กก.3 บก.ปอศ. ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนในคดีหลอกลงทุนหุ้นชื่อดัง ซึ่งมีผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. และในคดีดังกล่าว มีผู้ต้องหาซึ่งเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารซึ่งได้ใช้ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งมี น.ส.นิชกานต์ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาตามคดีข้างต้น
โดยจากการสืบสวนข้อมูลด้านการติดต่อสื่อสารและการทำงาน ปรากฏข้อมูลการทำงานปัจจุบัน ได้ทำงานอยู่ในพื้นที่ ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี จึงได้วางแผนและจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการสืบสวนในพื้นที่เป้าหมาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ลงตรวจสอบข้อมูลบุคคลข้างต้นในพื้นที่ พบข้อมูลว่ามีบุคคลรูปพรรณสันฐานเดียวกันกับ น.ส.นิชกานต์ ปรากฏตัวอยู่บริเวณไร่ข้าวโพด ในพื้นที่ ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
จากการแฝงตัวสอบถามข้อมูลบุคคลแวดล้อมในพื้นที่ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับ น.ส.นิชกานต์ จริง ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการควบคุมตัวและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้ทำการซักถามข้อมูลและแสดงหมายจับศาลอาญา ที่ 4196/2569 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยอ่านให้ฟังและให้ น.ส.นิชกานต์ ผู้ต้องหา อ่านเองจนเข้าใจครบถ้วนแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาชั้นจับกุมให้รับทราบ และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบี้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่า ในช่วงปี 2566 ตนเองประสบปัญหาทางการเงิน และได้ยื่นกู้เงินผ่านแอปพลิเคชันกู้เงินเถื่อน และติดตั้งลงในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นเมื่อ ทำตามขั้นตอนของแอปพลิเคชัน และยืนยันตัวตน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน และผูกบัญชีธนาคารของตนเองแล้ว
ต่อมาไม่ได้ชำระเงินที่กู้ยืมตามกำหนดเวลาและเปลี่ยนโทรศัพท์และหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งทราบว่าต่อมาบุคคลแวดล้อมของตน อาทิ เพื่อน ญาติ คนใกล้ชิด ต่างถูกโทรติดตามทวงถามหนี้ของตนจนได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้ในประเด็นที่เกิดขึ้นกับการหลอกลวงลงทุนในหุ้นชื่อดังนั้น ตนเองไม่ทราบรายละเอียดแต่อย่างใดจนกระทั่งมาถูกจับกุมในวันและเวลาดังกล่าว