แจ้งข้อหาหนัก รุมทำร้ายโจรปางตาย

View icon 24
วันที่ 1 ก.ย. 2569 | 06.32 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก เจ้าของสนามไก่ชนร้าง และเพื่อน หลังทำปืนกับดักยิงขาโจร จากนั้นรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส อ้างแค้นที่เข้ามาขโมยของหลายครั้ง
 
นายกิตตินันท์ อายุ 30 ปี หายใจรวยรินจมกองเลือดอยู่ริมถนน ใน อำเภอเมืองกาญจนบุรี หลังเข้าไปลักทรัพย์ในอาคารสนามไก่ชนร้างพื้นที่หมู่ 12 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดยิงขาหลัง 2 ข้าง ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ศีรษะด้านหลังมีบาดแผลขนาดใหญ่ เลือดไหลท่วมตัว เหตุเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านได้แจ้งกู้ภัยให้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในอาการสาหัส

นายโอภาส พ่อของนายกิตตินันท์ เปิดเผยกับนักข่าว อาการของลูกยังเป็นตายเท่ากัน ยอมรับสาเหตุที่ลูกถูกทำร้ายน่าจะเข้าไปขโมยของมีค่าในสนามชนไก่ร้าง ที่ผ่านมาพ่อเตือนลูกหลายครั้ง ลูกชายรับปากแต่ก็ยังเข้าไปก่อเหตุ จนในที่สุดถูกทำร้าย

การที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงขาไม่ให้หลบหนี พ่อมองว่าเพียงพอแก่เหตุ แต่ไม่สมควรมารุมทำร้ายลูกจนบาดเจ็บปางตาย เพราะมันโหดร้ายเกินกว่าเหตุ อยากให้ตำรวจสืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

เมื่อวานนี้ พันตำรวจเอก จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สอบปากคำ นายวัชรพล อายุ 47 ปี เพื่อนของนายชินกฤต ยอมรับว่ามีการรุมทำร้าย นายกิตตินันท์ ใช้ขวานฟันศีรษะ รุมเตะ กระทืบใบหน้าหลายครั้ง

ส่วน นายชินกฤต เข้ามอบตัวกับตำรวจตั้งแต่ช่วง 21.00 น. คืนเกิดเหตุ พร้อมปืนลูกซอง อ้างว่าแค้นที่ นายกิตตินันท์ เข้าไปขโมยของหลายครั้ง จนมาเจอขณะเข้าไปขโมยเหล็ก จึงใช้ปืนลูกซองยิง
 
ต่อมา ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ นายชินกฤต กลับคำให้การเพิ่มเติมเพราะจำนนด้วยหลักฐาน ยอมรับว่า ทำกับดักภายในอาคารสนามชนไก่ร้าง แค้นที่ถูกขโมยเหล็กสายไฟหลายครั้ง จนวันเกิดเหตุขณะ นายกิตตินันท์ เข้าไปขโมยตู้เชื่อมโดนกระสุนจากกับดักที่วางไว้ยิงขา ตนเองและเพื่อนวิ่งเข้าไปดู ด้วยความโมโหจึงช่วยกันรุมทำร้าย มีการลากตัวออกมาทำร้ายต่อที่ใต้ต้นไม้ ใช้เชือกรัดเข้าที่ลำคอ แต่มีคนมาเห็นจึงแยกย้ายหลบหนี สำหรับปืนลูกซองที่นำมามอบให้ตำรวจตอนแรก เพื่อจะอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวและทรัพย์สิน

พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปควบคุมการทำแผนฯ บอกว่า หาก นายชินกฤต แจ้งความตำรวจให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก บทลงโทษก็คงจะไม่หนักมากเนื่องจากเป็นการป้องกันทรัพย์สิน แต่ นายชินกฤต และเพื่อน ทำร้าย นายกิตตินันท์ อย่างรุนแรง ถือว่าทำเกินกว่าเหตุ เบื้องต้น แจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าฯ เอาไว้ก่อน ส่วน นายกิตตินันท์ อาการยังสาหัส ยังไม่ตั้งข้อกล่าวหา จะรอให้อาการดีขึ้นเสียก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง