คนร้ายลอบวางเพลิงรถแบ็กโฮ

View icon 6
วันที่ 1 ก.ย. 2569 | 06.12 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยังคงก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา คนร้าย 4 คน ลอบวางเพลิงรถแบ็กโฮ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

เป็นภาพเพลิงที่ลุกไหม้รถแบ็กโฮ ที่จอดอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 410 ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

โดยก่อนเกิดเหตุ คนร้ายที่มีจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะ พร้อมอาวุธ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด และลงจากรถมาราดน้ำมันใส่รถแบ็กโฮที่จอดอยู่ ก่อนจุดไฟเผา หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ส่วนรถแบ็กโฮ หลังดับเพลิงได้พบว่าได้รับความเสียหายทั้งคัน

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ทีมโฆษก กอ.รมน. ได้โพสต์ ภาพพร้อมข้อความว่า ได้จับกุมผู้ต้องหาเป็นชาย อายุ 29 ปี บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส 2 หมาย หลังพบความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ได้พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง กระเป๋ากันน้ำ เปล และอุปกรณ์สำหรับเดินป่า

เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานและความเชื่อมโยงกับ เหตุลอบยิงจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 หรือไม่

พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รน. ​เมื่อวานได้ไปร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา

โดยได้กล่าวหลังการประชุมถึงกรณี ที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ออกมาตำหนิความบกพร่องในเรื่องการข่าวว่า ฝ่ายการข่าวก็มีการแจ้งเตือนมา แต่อาจจะไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจง จึงทำให้การนำข้อมูลการข่าวไปใช้ของหน่วยอาจจะลำบาก ซึ่งหลังจากนี้การวิเคราะห์ของหน่วยจะต้องมีมากขึ้น และต้องร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนให้มากขึ้น

ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นกัน เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ต้องการให้เกิดความสงบ เพราะถ้าไม่มีความสงบ และความปลอดภัยสิ่งต่าง ๆ ก็ทำลำบาก ความสงบเป็นหัวใจ ในสิ่งที่ต้องการ

ขณะที่เมื่อวาน คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนราธิวาส เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีที่มีวัยรุ่นถูกยิง และระบุว่าเป็นการยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์

โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุมีเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นบินจริง 1 ลำ พร้อมยืนยันไม่มีการพกพาอาวุธขึ้นอากาศยาน และชี้ว่าปลอกกระสุน 5.56 มม. ในที่เกิดเหตุ ไม่ได้มีแต่ทหาร-ตำรวจ ที่ใช้ แต่ฝ่าย BRN ก็ใช้กระสุนขนาดเดียวกัน

โดยคณะกรรมาธิการทหาร ได้ขอให้นายกตั้งคณะกรรมการสอบ กรณีดังกล่าว และจี้ขอบันทึกการเบิกอาวุธประจำกาย และรายชื่อทหารที่ขึ้นบินในวันเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบ หลังพบว่าข้อมูลทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง